การวิเคราะห์เครื่องมือและกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการประเมินสุขภาพชุมชน

 

รายงานการศึกษาการวิเคราะห์เครื่องมือและกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการประเมินสุขภาพชุมชน

การศึกษานี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน โดยการสนับสนุนของกระทรวงสาธารณสุข สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข สานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และองค์การอนามัยโลก(ประเทศไทย) ภายใต้การบริหารจัดการของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขการศึกษาวิจัยนี้อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่สอง เรื่องการศึกษาวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ทั่วไปเพื่อวิเคราะห์เครื่องมือและกระบวนการหลักสาหรับการประเมินสุขภาพชุมชน เนื่องจากเครื่องมือการประเมินชุมชนและกระบวนการหลักที่ใช้มีหลากหลาย การศึกษานี้จึงครอบคลุมในส่วนของการรวบรวมเครื่องมือที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แต่เนื่องจากแหล่งทุนและคณะวิจัยต้องการเน้นศึกษาเชิงลึกของเครื่องมือเพื่อให้เกิดการนาไปใช้ขยายผลชัดเจนจึงต้องมีการเลือกวิเคราะห์บางเครื่องมือเท่านั้น ทั้งนี้ คณะวิจัยได้พัฒนาเกณฑ์การเลือกวิเคราะห์เครื่องมือประเมินสุขภาพชุมชน ดังนี้ คือ 1) เป็นเครื่องมือที่ยืดหยุ่นและสามารถตอบสนองการประเมินสุขภาพชุมชนในมิติที่กว้างขวางมากกว่าการประเมินเฉพาะด้านสุขภาพ 2) เป็นเครื่องมือที่มีบุคคลต้นตารับที่พัฒนาเครื่องมือ มีเอกสารเกี่ยวกับเครื่องมือที่สามารถสืบค้นได้ชัดเจน ทั้งนี้ อาจมีรายละเอียดหรือกรอบเนื้อหา(template)การใช้เครื่องมือหรือไม่ก็ได้ 3) เป็นเครื่องมือที่ยืดหยุ่น สร้างการมีส่วนร่วมของสมาชิกช่วยสร้างเสริมให้เกิดการจัดการตนเองในชุมชน 4) มีการประยุกต์ใช้ในพื้นที่ที่บริบทหลากหลาย

 

 กรอบการวิเคราะห์ของเครื่องมือที่วิเคราะห์นั้นประกอบด้วยที่มา ความสาคัญหรือหลักการพัฒนาเครื่องมือ วัตถุประสงค์ รุปแบบ/วิธีการใช้ จุดเด่นและประโยชน์ที่เกิดขึ้น ข้อจากัด/เงื่อนไข ตัวอย่างกรณีศึกษาที่มีการใช้เครื่องมือดังกล่าว ทั้งนี้เพื่อนาไปสู่การสังเคราะห์และเสนอชุดตัวชี้วัดที่สามารถนาไปสู่การประเมินสุขภาพชุมชนที่เข้มแข็งได้ต่อไป โดยหวังว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยบริการสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรชุมชนหรือนักพัฒนาต่างๆจะสามารถนาเครื่องมือดังกล่าวไปปรับประยุกต์ใช้ในบริบทต่างๆได้อย่างเหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป

 

กระบวนการศึกษา ประกอบด้วย

1) การทบทวนวรรณกรรม ประกอบด้วยเอกสารงานวิจัยและองค์ความรู้เกี่ยวกับการประเมินสุขภาพชุมชน รายงานวิจัยและ/หรือบทสังเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องมือประเมินชุมชนในบริบทการพัฒนารวมทั้งบทเรียนที่เกิดขึ้นจากองค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้อง

2) การสัมภาษณ์เชิงลึกด้วยแบบคำถามกึ่งโครงสร้างจากผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนจำนวน 3 คน ประกอบด้วยอาจารย์ นพ.อมร นนทสุต ผู้พัฒนาเครื่องมือช่วยการพัฒนาศักยภาพและความร่วมมือในการทำงานของภาคีหุ้นส่วนต่างๆเพื่อพัฒนาระบบสุขภาพในระดับตาบลด้วยแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ (Strategic Route Map)  ผศ.ดร.บัญชร แก้วส่อง ผู้อานวยการฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ที่ร่วมผลักดันให้เกิดการประยุกต์ใช้เครื่องมืองานวิจัยเพื่อการพัฒนาของท้องถิ่น (Community Based Research) โดยให้ท้องถิ่นและชุมชนดำเนินการด้วยตนเองและต่อยอดเชื่อมโยงกับเครื่องมือการประเมินทุนชุมชน (Social Mapping) อาจารย์นเรศ สงเคราะห์สุข นักพัฒนาอิสระที่มีการปรับประยุกต์และถ่ายทอดการใช้เครื่องมือหลายชิ้นที่บูรณาการเพื่อพัฒนาสุขภาพชุมชนในบริบทชุมชนภาคเหนือและกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ

 

นอกจากนี้ ได้สนทนากลุ่มนักวิจัยจากคณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐมจานวน 6 ท่าน ด้วยคำถามกึ่งโครงสร้างชุดเดียวกัน โดยนักวิจัยทั้งหมดเป็นกลุ่มที่มีประสบการณ์การใช้เครื่องมือประเมินศักยภาพต้นทุนชุมชนที่พัฒนาโดย สานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สานักสนับสนุนการสร้างสุขภาวะในพื้นที่และชุมชน)ภายใต้โครงการการพัฒนาตำบลสุขภาวะในจังหวัดนครปฐม และการประชุมระดมสมองกับนักวิขาการที่มีประสบการณ์ด้านการวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนอีก 3 ครั้ง

 

ข้อค้นพบและองค์ความรู้ที่เกิดขึ้น 

 

แผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ (Strategic Route Map)

เป้าหมายเชิงหลักการ เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนทิศทางการพัฒนาสุขภาพ จากการพัฒนาที่มุ่งบริการสุขภาพไปสู่การสร้างบทบาทของประชาชนที่จะทาให้ชุมชนท้องถิ่นได้ลุกมาจัดการปัญหาของตนเองด้วยความมีสานึกต่อส่วนรวม มุ่งมั่นและเต็มใจให้การพัฒนาสุขภาพมีความยั่งยืน สามารถแก้ไขปัญหาสาธารณสุขที่มีความยุ่งยากและเกี่ยวพันกับพฤติกรรมสุขภาพของชุมชนได้ 5 รายงานการศึกษา | สนับสนุนโดยแผนงานพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

 วัตถุประสงค์เชิงกระบวนการ

เสริมศักยภาพชุมชนในการตัดสินใจ วางแผน และขับเคลื่อน ในการทางานเพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายในเรื่องของการส่งเสริมสุขภาพ การเฝ้าระวัง และการป้องกันเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนจนกลายเป็นสังคมการเรียนรู้ 

กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มคน/ผู้ที่ต้องการมีเครื่องมือช่วยการบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์รูปแบบใหม่ ที่ผ่านมามีการกาหนดและสนับสนุนให้ใช้ในพื้นที่ระดับตำบล โดยกระทรวงสาธารณสุข(ผ่านกองสนับสนุนการสร้างสุขภาพภาคประชาชน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ)และสานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(ผ่านสานักการมีส่วนร่วมของภาคี) ภายใต้นโยบายการพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลและการพัฒนากองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่(กองทุนตาบล)

 

กลวิธีการนำไปใช้ 

1.ผสมผสานการประเมินศักยภาพกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียการพัฒนาร่วมกับการเสริมพลังการพัฒนาชุมชนไปในทิศทางและจุดหมายที่กาหนดร่วมกันด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม

2.ใช้กระบวนการในการพูดคุยและพัฒนาบทบาทของประชาชน ทั้งในฐานะสมาชิกของสังคมและองค์กรชุมชน

3.เน้นบริหารการเปลี่ยนแปลง (ส่งเสริมบทบาทและศักยภาพของผู้นาการนาเปลี่ยนแปลง)โดยการเปลี่ยนทัศนะ การเปลี่ยนกระบวนการทางาน(จากแนวตั้งสู่แนวราบ) การเปลี่ยนการดาเนินงานตามยุทธศาสตร์เดิม เป็นการทางานแบบภาคีเครือข่าย และเริ่มต้นจากปัญหาหรือสถานการณ์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

กระบวนการหลัก

การสร้างและใช้ประโยชน์แผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ที่ชุมชนร่วมกันดาเนินการมี 7 ขั้นตอนหลัก คือ 1) การวิเคราะห์บริบทและสถานการณ์ 2) การกาหนดจุดหมายปลายทาง 3) การสร้างและตรวจสอบแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ 4) การสร้างแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ระดับปฏิบัติการ 5) การนิยาม เป้าประสงค์ ตัวชี้วัดรวมถึงการสร้างนวตกรรมและมาตรการทางสังคม 6) การสร้างแผนปฏิบัติการ 7) การเปิดงานและติดตามผล

ประโยชน์/ผลที่ได้

1.ชุมชนมีความหวังและสร้างความท้าทายในการดาเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้สามารถรับมือกับปัญหาสุขภาพระดับชุมชนได้

2.ความร่วมมือของชุมชนในการระดมสมองและการมีส่วนร่วมแบ่งปันข้อมูลที่อาจนาไปสู่กาหนดกฎระเบียบหรือมาตรการทางสังคมโดยสมาชิกของชุมชนนั้นๆเอง และนาไปสู่การบูรณาการในการทางาน และการเรียนรู้ของคนในชุมชน

3.เครือข่ายการทางานที่เข้มแข็งขึ้นทั้งภายใน และภายนอกชุมชน อีกทั้งเกิดความตระหนักในความรับผิดชอบในการปรับเปลี่ยนและดูแลสุขภาพของตัวเอง

 จุดแข็ง

1.สร้างความตระหนักต่อการมีส่วนร่วมของชุมชน และการบูรณาการการทางานในชุมชน

2.เสริมศักยภาพและพัฒนาการเรียนการสอนรวมทั้งการเรียนรู้ในตัวบุคคลด้วยการปฎิบัติ

3.สามารถใช้ได้ในหลากหลายบริบทและเนื้อหางาน ระยะที่ต้องการพัฒนา ทั้งนี้ขึ้นกับการกาหนดร่วมของผู้เกี่ยวข้อง

วิจัยชุมชนและการประเมินต้นทุนชุมชน (Community Based Research&Social Mapping) เป้าหมายเชิงหลักการ เป็นเครื่องมือที่สนับสนุนให้ชุมชน ท้องถิ่นมีขีดความสารถในการใช้กระบวนการวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างยืน งานวิจัยลักษณะนี้ต่างจากงานวิจัยอื่นๆตรงที่ต้องมีปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมและมิได้เน้น “ผลงานวิจัย” เป็นหลัก แต่มองงานวิจัยเป็น “กระบวนการ” ในฐานะที่เป็นเครื่องมือที่จะเพิ่มพลังชุมชน เพื่อให้ชุมชนได้ร่วมกันจัดการชีวิตของตัวเอง เป็นหาทางหนึ่งที่จะนาไปสู่การเสริมความเข้มแข็งของชุมชนได้

วัตถุประสงค์เชิงกระบวนการเป็นกระบวนการงานวิจัยที่ให้เกิดการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมทุนโดยคนในชุมชนในพื้นที่(ระดับหมู่บ้าน ตาบล) เพื่อตั้งคาถาม วางแผนและดาเนินการวิจัยเพื่อหาคาตอบและเรียนรู้จากการวิจัยเชิงปฏิบัติการและประสบการณ์ของตนเอง โดยประสานความร่วมมือกับภาคีที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ทั้งนี้ เพื่อที่จะมีกระบวนการทางานอย่างเป็นเหตุเป็นผล สามารถกาหนดอนาคตและแก้ไขปัญหาของชุมชนตนเอง ทั้งนี้อาศัยประสานความร่วมมือกับภาคีที่ใช้ข้อมูลความรู้ เครือข่ายทางปัญญาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นและชุมชนมาร่วมดำเนินการ

กลุ่มเป้าหมาย กรณีสานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.โดยฝ่าย)มีการสนับสนุนทุนวิจัย ระบบพี่เลี้ยงและเชื่อมโยงเครือข่ายของกลุ่มนักวิจัยชุมชน(ต่อมาเรียกการวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น) ระยะต่อมาสานักงานสนับสนุนกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ได้สนับสนุนให้เกิดการวิจัยลักษณะนี้เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างความรู้และพัฒนาสุขภาพชุมชนในพื้นที่ตาบลสุขภาวะด้วย ดังนั้นกลุ่มเป้าหมายจะเน้นกลุ่มคนในชุมชน องค์กรชุมชนรวมทั้งภาคีต่างๆในชุมชน ต่อมาขยายการใช้หลักคิดและกระบวนการสร้างงานวิจัยท้องถิ่นในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐในพื้นที่ร่วมดาเนินการด้วย

กลวิธีการนาไปใช้ ด้วยเงื่อนไขของการใช้เครื่องมือในบริบทการใช้ที่ไม่เหมือนกันเลย ความสาคัญการใช้ “งานวิจัยท้องถิ่น”เป็นเครื่องมือขึ้นอยู่กับโจทย์หลักที่ต้องการประเมิน โดยชุมชนต้องสามารถประเมินสภาพและศักยภาพตัวเองได้ และทดลองปฎิบัติการตามศักยภาพที่ตนเองมีได้ เบื้องต้นกรณีคิดไม่ออกว่าจะประเมินอะไรให้นาSocial mapping มาใช้เบื้องต้นก่อน เพื่อผนวกให้ชาวบ้านได้เริ่มต้นในการจับปัญหา และลงลึกกับปัญหา 9 รายงานการศึกษา | สนับสนุนโดยแผนงานพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

 กระบวนการหลัก 

การประเมินทุนและศักยภาพทางสังคม (social mapping) ในชุมชน มีหลายมิติประกอบด้วย ลักษณะทางกายภาพ ประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวพันกับสภาพชุมชน ศักยภาพทางเครือญาติ / ทางสังคม ศักยภาพทางเศรษฐกิจ ศักยภาพทางปัญญา การดารงอยู่ของภูมิปัญญาชุมชน ปราชญ์ชาวบ้านและการเอื้อประโยชน์ชุมชน บุคคลและองค์กรที่มีและบทบาทสาคัญในชุมชน โดยทั้งหมดอาจเป็นการให้รู้ว่ามีอะไรอยู่ตรงไหน(mapping ) หรือ จะมีรายละเอียดมากน้อย ขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการตั้งโจทย์หรือการให้ความสำคัญต่อประเด็นนั้น ทั้งนี้ใช้เป็นพื้นฐานของการทำวิจัยท้องถิ่น(สกว.)

กรณีของการค้นหาศักยภาพทุนตาบลกระบวนการสู่การปฎิบัติในพื้นที่(สสส.)จะมีการประเมินชุมชนจากโครงสร้างหลักของตาบล 7 หมวดเนื้อหา ประกอบด้วย 1) ข้อมูลทุนที่แสดงศักยภาพของตาบล ) ทุนทางสังคม,กลุ่มเครือข่าย /หน่วยงาน/องค์กร /สถาบัน ,ทรัพยากร (2) การสื่อสาร 3) การดูแลสุขภาพ ปัญหาสุขภาพและบริการ 4) ประชากร 5) สิ่งแวดล้อม 6) เศรษฐกิจชุมชน และ7) การเมืองการปกครอง โดยใช้ทั้งการใช้โปรแกรมการประเมินชุชนแบบชาติพันธุ์วรรณา(RECAP: Rapid Ethnography Community Assessment Program) โดยกระบวนการสร้างการเรียนรู้ ผ่านการรวบรวมจัดเก็บและใช้ประโยชน์ข้อมูลจากองค์กรชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อนาไปสู่การพัฒนาแผนและปฏิบัติการพัฒนาตาบลสุขภาวะต่อไป

ประโยชน์/ผลที่ได้

 

1. เกิดการรวมกลุ่ม / กลไก ในชุมชน ที่นา ไปสู่การจัดการด้านอื่นต่อไป(นากระบวนการวิจัยไปใช้กับงานอื่น)

2. เกิดการพัฒนาคน หรือสร้างคน

3. ทีมวิจัยพื้นที่และผู้ร่วมงานเกิดการเรียนรู้ มีการพัฒนาศักยภาพ เช่น คิดเป็นระบบขึ้น / คนในชุมชนเก่งขึ ้นมีบุคคลหรือกลุ่มคนใหม่ที่สามารถริเริ่มและมีศักยภาพดาเนินการร่วมกันได้มากขึ้น/ จัดการตนเองและความสัมพันธ์กับผู้อื่น กลุ่มอื่นทั้งในและนอกชุมชนได้ราบรื่นหรือดีมากขึ้น เป็นต้น

4. เกิดองค์ความรู้หรือปฏิบัติการที่สามารถนาไปแก้ปัญหาได้

5. เกิดความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมของชุมชน

 

จุดแข็ง

1.กลุ่มนักวิชาการให้การยอมรับ Social mappingที่เป็นฐานการประเมินชุมชนฐานะเครื่องมือช่วยชุมชนจากองค์กรภายนอกคิดว่าควรจะมี ควรจะรู้เพื่อประเมินpositionชุมชน และต่อยอดไปสู่การทาวิจัยชุมชนได้จริง

2.เป็นชุดเครื่องมือและการจัดทาแนวทางการประเมินชุมชนด้วยเครื่องมือแบบรอบด้าน เน้นการจัดทาและใช้ประโยชน์จากกลุ่มต่างๆในชุมชนมากกว่าจะให้บุคคลหรือองค์กรภายนอกดาเนินการ

3.หากภาคีในพื้นที่มีความเข้าใจชุดข้อมูลเชิงประจักษ์ของชุมชนจะสามารถนาไปร่วมกันวางแผนพัฒนาพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้เครื่องมือหลายชิ้นอย่างบูรณาการภายใต้หลักการมีส่วนร่วมของชุมชน

 เนื่องจากกรณีนี้มาจากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญที่ใช้เครื่องมือหลายชิ้นที่บูรณาการ มีรูปแบบ กระบวนการใช้ที่ไม่ได้ชัดเจน แต่เป็นการสะท้อนวิธีคิดและแนวทางการใช้เครื่องมือเพื่อให้เข้าใจชุมชนในหลากหลายมิติด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมในชุมชน เครื่องมือที่มีการบูรณาการและเอื้อให้เกิดการประเมินชุมชนดังกล่าว ประกอบด้วย 1) วงจรชีวิต เพื่อเข้าใจวิถีชีวิตและการเปลี่ยนแปลง 2) การวิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์ 3) การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยและองค์ประกอบ 4) การวิเคราะห์มูลค่า(รูป)กับคุณค่า(นาม) ดังนั้นการวิเคราะห์ส่วนนี้จึงเสนอตามประเด็นและเนื้อหาที่ต้องการศึกษาด้วยบทสัมภาษณ์และการทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

เป้าหมายเชิงหลักการ เป็นกลุ่มที่ใช้ตัวเองและวิธิคิดเป็นเครื่องมือสาคัญโดยไม่มีTemplate แต่ผู้ใช้เหล่านั้นมีแนวทางการใช้นั้นอยู่ในหัว หยิบใช้เหมาะตามสภาพบริบท สถานการณ์ และโอกาส ที่พบเจอ เป้าหมายจึงเน้นกระบวนการเรียนรู้ตนเองเพื่อจะรู้จักและเข้าใจบริบทของชุมชนในมิติต่างๆทั้งเชิงโครงสร้างอานาจ สังคม วัฒนธรรมและอื่นๆเพื่อนาไปสู่การพัฒนาชุมชนร่วมกัน

วัตถุประสงค์เชิงกระบวนการ 

การดูศักยภาพคนในชุมชนนั้น หากนิยาม “ศักยภาพ คือ การต่อสู้ในชีวิตประจาวัน” หมายความว่าใครก็ตามที่ยังสู้อยู่ทุกวันนั้นคือศักยภาพแท้ และมองว่าการเริ่มงานหากเริ่มที่ศักยภาพจริงจะเริ่มง่าย เพราะหากย้อนไปแค่ความทรงจาอาจจะไม่มีแรงลุกเท่ากับหาคนที่ยังคงทาอยู่

กลุ่มเป้าหมาย 

โดยทั่วไปมีการอ้างว่ามีการใช้เครื่องมือต่างๆแบบบูรณาการ แต่ความชัดเจนของวิธีคิดและรายละเอียดรูปธรรมดาเนินการยังมีความหลากหลายสูงมาก อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้ได้มีการสนับสนุนให้เกิดการใช้อย่างแพร่หลายในกลุ่ม12 รายงานการศึกษา | สนับสนุนโดยแผนงานพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและองค์กรชุมชนในภาคเหนือ โดยเฉพาะเครือข่ายการเรียนรู้ตนเองและเครือข่ายทางภาคเหนือ(เช่น เครือข่ายข่วงผญา เชียงราย )เพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพแนวใหม่ที่ใช้วิถีชุมชนเป็นบริบทการเรียนรู้ 

กลวิธีการนาไปใช้ 

มีความชัดเจนในด้านวิธีคิดหากแต่ต้องฝึกฝนเรียนรู้และประยุกต์ใช้ด้วยศักยภาพของตนเอง ส่วนใหญ่นาไปใช้เพื่อการพัฒนาระบบคิดของเจ้าหน้าที่ในระบบสาธารณสุข รวมทั้งการนาไปสู่รูปธรรมการพัฒนาระบบคุณภาพปฐมภูมิภายใต้ความเชื่อมโยงกับระบบสุขภาพชุมชน 

กระบวนการหลัก 

เริ่มต้นด้วยการชวนชุมชนทบทวนชีวิตกันใหม่ โดยพิจารณาศักยภาพ และมิติสังคมวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไปว่าเป็นอย่างไร และดูปัจจัยที่เข้ามาทาให้เปลี่ยน โดยพยายามเติมให้พอดีกับวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยไม่มีการ “ตั้งธง”ก่อนลงชุมชน แต่หา Positioning ของชาวบ้านว่าอยู่ตรงไหน เพื่อเริ่มต้นจากทุนเดิมที่เขามีอยู่แล้วการมอง Positioning ในชุมชนอาจเป็นครอบครัว หรือกลุ่ม ซึ่งจะดูประวัติศาสตร์ทั้งชีวิต หากเป็นกลุ่มจะมองเรื่องการร่วมกลุ่มว่าอดีต หรือสมัยใหม่ เพราะการรวมกลุ่มในอดีตจะแตกต่างจากสมัยปัจจุบัน เพราะมองว่าความเป็นอยู่และความเป็นไปขึ้นกับประวัติศาสตร์ หรือคุณค่า ความทรงจาร่วมบางอย่างในชุมชน

กระบวนการนี้จะให้ความสาคัญ “ดวงตาใหม่ ซึ่งเกิดมุมมองใหม่ มองเห็นศักยภาพใหม่และจะเห็นpositioning” เพื่อตั้งคาถามย้อนกลับมาว่าแล้วในบทบาทเราที่เป็นอยู่จะเริ่มต้นหรือจะต้องเข้าช่องไหน รวมทั้งกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันลักษณะ action – refection และเพิ่มมิติของการวิเคราะห์ที่รอบด้าน การยืนยันในสิ่งที่ชุมชนมีและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในชุมชนอย่างต่อเนื่อง 

ประโยชน์/ผลที่ได้

1. เกิดการทบทวนตนเองและสะท้อนความคิดของผู้ใช้เครื่องมือ ทั้งยังช่วยให้กลุ่มในชุมชนสามารถเรียนรู้ร่วมกันในระหว่างปฏิบัติการได้ ทั้งนี้กระบวนการที่เกิดขึ้นเป็นการเรียนรู้ต่อเนื่อง

2. การเรียนรู้เพื่อประยุกต์วิธีคิดและผสมผสานเครื่องมือการศึกษาชุมชนด้วย)ประวัติศาสตร์ชาวบ้านเพื่อเป็นสื่อสร้างการเรียนรู้) การเดินเพราะจะทาให้รู้ถึงการสร้างถิ่นฐาน การอยู่ร่วมกัน ระบบสังคมเศรษฐกิจ และนิเวศของพื้นที่เพื่อเข้าใจความเป็นองค์รวมiii)วัฒนธรรมที่แสดงวิธีคิดการมองคนทุกข์กับคนมีและองค์ความรู้

3. สร้างศักยภาพคน เอื้อให้เกิดเกิดองค์ความรู้หรือปฏิบัติการที่เกิดเปลี่ยนแปลงและแก้ปัญหาได้

จุดแข็ง 

1.สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองจากการดาเนินการในบริบทชุมชนได้ตลอด สามารถทาไปสรุปไปเพื่อพัฒนา และเพื่อที่จะสร้างให้เกิดผู้นา

2.สามารถสร้างประสบการณ์ด้วยบริบทที่ท้าทายใหม่ๆเพื่อใช้action- reflection approach

 

 

 

 

 


อ่าน 4773 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


 งานวิจัยชุมชน
 การศึกษาผลของกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบล
 ทบทวนแนวคิดการพัฒนาชุมชน
 การวิเคราะห์เครื่องมือและกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการประเมินสุขภาพชุมชน

หน้าแรก | แนวคิดระบบสุขภาพชุมชน | เวทีขับเคลื่อน | งานวิจัยชุมชน | นักจัดการชุมชน | พื้นที่แผนงาน | ข่าว / กิจกรรม | รวมลิงค์ระบบสุขภาพชุมชน