สรุปประชุมติดตามผลการดำเนินงาน สรุปเนื้อหาเชิงประเด็นและเชิงพื้นที่ และวางแผนการจัดเวทีแลกเปลี่ยนระดับเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(16จังหวัด)

 

สรุปประชุมติดตามผลการดำเนินงาน สรุปเนื้อหาเชิงประเด็นและเชิงพื้นที่

และวางแผนการจัดเวทีแลกเปลี่ยนระดับเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(16จังหวัด)

วันที่16-17กันยายน พ.. 2556

ณ ห้องประชุม โรงแรมมันตราวารี จังหวัดขอนแก่น

------------------------------------


นายวัฒนา โพธาผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาสุขภาพภาคประชาชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประธานที่ประชุมกล่าวต้อนรับและเปิดการประชุม พร้อมกับชื่นชมการทำงานที่ผ่านมาของเครือข่ายภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า“เข้มข้น” อยากให้มีการดำเนินงานที่ต่อเนื่องและมีการทำงานลงไปถึงชุมชนตลอดจนมีการสรุปสังเคราะห์บทเรียนที่ได้จากการดำเนินงาน (ค้นหาสิ่งที่เป็นอยู่ว่าอยู่อย่างไรทำไมอยู่อย่างนั้น และจะทำให้ดีขึ้นได้อย่างไร ความเป็นมา เป็นอยู่ และเป็นไปทำให้มีกรอบคิด) นำเสนอและผลักดันออกเป็นนโยบายระดับเขต

นางจีรวรรณหัสโรค์ผู้ประสานงานโครงการเพื่อพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนในระดับตำบล (CHSD) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือชี้แจงวัตถุประสงค์ของการประชุม และกล่าวถึงภาพรวมของการดำเนินงานในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนี้

เขต 7 มีการจัด workshop ที่ตำบลหนองตาไก้ อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด และตำบลยางน้อย อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม

เขต 8 มีการจัด workshop ที่ตำบลปทุมวาปี อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร และบ้านวังน้ำมอก ตำบลพระพุทธบาท อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย

เขต 10 มีการจัด workshop ที่ตำบลศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร

ต่อจากนั้น พื้นที่มีการดำเนินงานเอง สำหรับเขต 7 (ขอนแก่น) สปสช. เขตเข้าร่วมดำเนินการด้วย พื้นที่ถอดบทเรียนและส่งข้อมูลประกอบด้วย 3 แผ่นภาพ 4 ตาราง ภายในวันที่10 กันยายน พ.ศ. 2556 ซึ่งศูนย์สช. สรุปเป็นประเด็นสุขภาพ 9 เรื่อง ได้แก่ กองทุนสุขภาพตำบล โรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุและคนพิการ โรงเรียน/วัดส่งเสริมสุขภาพ เกษตรอินทรีย์ สิ่งแวดล้อม กองทุนสวัสดิการ วิสาหกิจชุมชน สถาบันการเงิน และประเด็นอื่นๆ เช่น สุขศาลา สภาเยาวชน หมู่บ้านปลอดเหล้า กลุ่มยางพาราฯลฯ การดำเนินงานต่อไปคือ การถอดบทเรียนตามประเด็นในพื้นที่ภายในเดือนตุลาคม

นางพัชรา ผิวขาวสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด นำเสนอผลการขับเคลื่อนงานพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ (ร้อยเอ็ด ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์)ดังนี้กลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นแกนหลักในการประสานการทำงานระหว่างศูนย์สช. และสพช. มีการจัดกระบวนการเพื่อพัฒนาสมรรถนะ“การเรียนรู้ และทำความเข้าใจชุมชน”ที่ตำบลหนองตาไก้ อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด และตำบลยางน้อย อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ให้กับแกนนำในพื้นที่ทั้ง 24 ตำบล ต่อจากนั้นแต่ละพื้นที่ไปขับเคลื่อนต่อในตำบลของตนเอง มีการวิเคราะห์ทุนของพื้นที่ทั้ง 24 ตำบล การขับเคลื่อนงานของแต่ละจังหวัดคือ ร้อยเอ็ดขยายการดำเนินงาน 40 ตำบล (จากเดิม 4 ตำบล) ขอนแก่นและกาฬสินธุ์ดำเนินงานในพื้นที่ 6 ตำบล (ตำบลต้นแบบ 2 ตำบลขยาย 4) มหาสารคามขยายพื้นที่การดำเนินงานครอบคลุมทั้งอำเภอ มีการทำกระบวนการเข้มข้น แต่ยังไม่สรุปรายงาน

นางอนุรักษ์ สะตะและนายวีระวัติ นักร้องสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น นำเสนอผลการขับเคลื่อนงานพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น

นายวีระวัติ นักร้อง กล่าวว่าจังหวัดขอนแก่นดำเนินงานในพื้นที่ 6 ตำบล มีประเด็นสุขภาพเรื่อง กองทุนสุขภาพตำบล โรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุ คนพิการ เกษตรอินทรีย์ สิ่งแวดล้อม กองทุนสวัสดิการ วิสาหกิจชุมชน มีการจัดตั้งกลุ่มเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพ ประเด็นร่วม ได้แก่ กองทุนสุขภาพตำบลผู้สูงอายุ คนพิการการประเมินทุนชุมชนโดยใช้เครื่องมือ 4 ตาราง 3 แผนภาพ สรุปดังนี้timelineทำให้พื้นที่ประมวลภาพรวมสถานการณ์ของตำบล ฐานเรียนรู้ เข้าใจความเป็นมาของโครงการที่เข้ามาพัฒนาในพื้นที่ ผลสำเร็จ ข้อจำกัด และหาแนวทางแก้ไข จุดเด่นของเครื่องมือมีการระบุช่วงเวลา (พ.ศ.) การทำงาน ทำให้พื้นที่รู้ว่าตำบลมีการพัฒนามากน้อยแค่ไหน มีทุนเท่าไหร่ ความเชื่อมโยงของฐานเรียนรู้ถ้าเชื่อมโยงชัดเจนพบว่าฐานเรียนรู้ไหนมีความสำคัญและเข้มแข็งในการดำเนินงานความเชื่อมโยงทุนทางสังคมทำให้มีการประมวลภาพรวมของคณะทำงาน ทำให้ชุมชนรู้ว่ามีใครเป็น key successใครที่ได้รับความไว้วางใจ ใครที่รู้ข้อมูล บุคคลในแต่ละฐานมีความเชื่อมโยงกันอย่างไร เช่น เครือญาติ สายของผู้นำ ทำให้เข้าใจคน/บุคคล ความเกี่ยวโยงมากแสดงถึงความเข้มแข็งถึงแม้ว่าไม่มีทุนสนับสนุนจากภายนอก กระบวนการเรียนรู้มี 2 วัน (แบบไม่ค้างคืน)การเรียนรู้วันแรกแกนนำที่เคยไปร่วมเรียนรู้เก็บรวบรวมข้อมูลฐานเรียนรู้ และส่งต่อข้อมูลให้กับทีมพี่เลี้ยงหลักตามเครื่องมือ4 ตาราง 3 แผนภาพ เพื่อเก็บข้อมูลต่อในวันที่สอง และสรุปผลข้อมูลร่วมกับพื้นที่ ข้อจำกัดคือความต่อเนื่องในการทำกิจกรรม เนื่องจากอยู่ในฤดูทำนา แต่ได้รับความร่วมมือจากอบต. ทำให้มีผู้เข้าร่วมตลอดกิจกรรม นอกจากนี้ควรมีเวทีทำความเข้าใจและเรียนรู้ร่วมกันอีกรอบเนื่องจากเวลากลับไปทำจริงอาจมีข้อสงสัย/ติดขัด สิ่งที่ต้องการคือ การทำความเข้าใจร่วมกันในการใช้เครื่องมือ


นายยุทธพล ภูเลื่อนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ เพิ่มเติมว่า กาฬสินธุ์มีวาระจังหวัด ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ ขับเคลื่อนเรื่อง “กาฬสินธุ์ 3 ดี” คือคนดี สุขภาพดี และรายได้ดี ซึ่งตอบโจทย์การพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนและมีกระแสแรงพอให้เกิดการขับเคลื่อนในพื้นที่ เช่น งานศพปลอดเหล้า เกษตรอินทรีย์ ลดการใช้สารเคมี (หญ้าฆ่าหญ้า) สุขศาลา ชุมชนสีเขียว อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมประเด็นสุขภาพของจังหวัดกาฬสินธุ์ ขึ้นกับบริบทและวัฒนธรรมของพื้นที่ เช่น ผู้ไท เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินทุนทำให้พื้นที่ค้นหาสิ่งดีๆ ในชุมชนและเห็นภาพของพื้นที่ชัดเจนขึ้น เช่น ตำบลหนองอีบุตร ตำบลนาบอน

นายไพโรจน์ อุทรสรพ.สต. นาใหญ่ อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคามกล่าวว่า เครื่องมือที่นำมาใช้มีประโยชน์ อย่างไรก็ตาม การนำใช้เครื่องมือขึ้นกับเจตคติ ถ้าคนเราไม่ยอมเรียนรู้เครื่องมือจะไม่มีประโยชน์ แต่ถ้ามีใจที่จะเรียนรู้เครื่องมือมีความสำคัญ ที่สำคัญคือกระบวนการทำให้เกิดการสร้างนักวิจัยชุมชน ทำให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน การดำเนินงานของจังหวัดมหาสารคาม ตำบลยางน้อย ตำบลศรีสุข และเสือโก้กดำเนินการไปแล้ว และในวันที่ 18 กันยายนนี้จะมีการจัดประชุมกองทุนสุขภาพทุกตำบลจะนำเครื่องมือนี้ไปขยายต่อครอบคลุมทั้งอำเภอโกสุมพิสัย

นายศุภกิ มะธิโตปะนำ รพ.สต. ศรีสุขอำเภอกันทรวิชัยจังหวัดมหาสารคาม ตำบลศรีสุขเป็นพื้นที่ขยายต่อจากตำบลยางน้อย การดำเนินการทำความเชื่อมโยงของแหล่งเรียนรู้และทุนทางสังคม จำนวน 5 แหล่งเรียนรู้ แต่มีพื้นที่เรียนรู้ 20-30แหล่ง เนื่องจากยังไม่ได้ยกระดับแหล่งเรียนรู้ตำบลศรีสุขเป็นพื้นที่ สสส. ตำบลลูกข่ายของดงมูลเหล็ก จังหวัดเพชรบูรณ์ พื้นที่ผ่านกระบวนการ RECAP แต่ยังไม่ได้สรุปรวบรวมข้อมูลพื้นที่ ซึ่งหากมีการรวบรวมข้อมูลพื้นที่เรียบร้อยแล้วจะยกระดับเป็นตำบลแม่ข่ายและได้รับทุนสนับสนุนจากสสส. จำนวน 18 ล้านบาท ภาคีเครือข่ายได้รับความร่วมมือจากท้องถิ่น ข้อจำกัดคืองบประมาณน้อยการดำเนินงานที่ผ่านมา มีกระบวนการเรียนรู้ 2 ครั้ง ๆ ละ 1 วัน (อยู่ระหว่างการสรุปรายงาน)

นางพัชรา ผิวขาวสรุปประเด็นสุขภาพที่ได้จากกระบวนการทำงาน ดังนี้ จังหวัดร้อยเอ็ดได้แก่ หมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ผู้สูงอายุ กองทุนสวัสดิการจังหวัดขอนแก่น ได้แก่ หมู่บ้านไอโอดีน หมู่บ้านควบคุมโรค จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้แก่ กาฬสินธุ์ 3 ดี จังหวัดมหาสารคาม อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกัน

การวิเคราะห์เครื่องมือกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์มีการใช้ SRM ทำให้มีความชัดเจนในการทำแผนกองทุนสุขภาพ การดำเนินงานในภาพรวมทำให้พื้นที่มีความสุข เครื่องมือทำให้มีการค้นหาสิ่งดีๆ ในตำบล แต่ยังไม่มีการเชื่อม กระบวนการเรียนรู้ในพื้นที่ต้นแบบมี pre-training วิทยากรแกนนำและเรียนรู้ 2 วัน สำหรับการดำเนินงานต่อในพื้นที่มีทั้งแบบวันเดียว และ 2 วัน ข้อจำกัดคือเรื่องงบประมาณ การทำกระบวนการเต็มรูปแบบต้องใช้งบประมาณจากกองทุนสุขภาพตำบลสนับสนุน การต่อยอดของพื้นที่ยังไม่มีการคุยกันในภาพของเขต แต่มีการต่อยอดการพัฒนาโดยสปสช. เขต7 สนับสนุนให้พื้นที่มาเจอกันและมีแนวทางการพัฒนาสู่ตำบลสุขภาวะ สสส. (หากพื้นที่พร้อม) และ ผ.ศ.ดร.ภัทระ แสงไชยสุริยา เข้ามาสนับสนุนด้านวิชาการกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นสารสินธุ์ต้องการการสนับสนุนด้านวิชาการจากศูนย์ภาคฯสปสช. เขต7 และนักวิชาการจากมหาวิทยาลัย และมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

นางชุลีลักษณ์ หนูเสนสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด เสริมเรื่องการบูรณาการตำบลจัดการสุขภาพดี จำนวน 40 ตำบล (พ.ศ. 2556 จำนวน 20 ตำบล พ.ศ. 2557 จำนวน 20 ตำบล) มีการประเมินและให้รางวัล 3 ตำบล ที่มีระดับดีเยี่ยม


นางนารีรัตน์ สุระพรสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี นำเสนอผลการขับเคลื่อนงานพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนกลุ่มจังหวัดอุดรธานี(อุดรธานี หนองคาย หนองบังลำภู บึงกาฬ นครพนม สกลนคร เลย) ดังนี้กลุ่มจังหวัดอุดรธานีมีการจัด pre-workshop เพื่อเตรียมทีมพี่เลี้ยงวันที่ 11–12มีนาคม พ.ศ.2556ณ บ้านวังน้ำมอก ตำบลพระพุทธบาท อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ต่อจากนั้น มีการจัด workshop รุ่นที่ 1 วันที่ 30 – 31 พฤษภาคม พ.ศ.2556 ณ ตำบลปทุมวาปี อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร(จังหวัดสกลนคร 5 ตำบล นครพนม 5 ตำบล บึงกาฬ 2 ตำบล) รุ่นที่ 2 วันที่ 3-4 มิถุนายนพ.ศ. 2556 ณ บ้านวังน้ำมอก ตำบลพระพุทธบาท อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย (หนองบัวลำภู 7 ตำบล)รุ่นที่ 3 วันที่ 5-6 มิถุนายนพ.ศ. 2556 ณ บ้านวังน้ำมอก ตำบลพระพุทธบาท อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย (จังหวัดอุดรธานี 5 ตำบล หนองคาย 5 ตำบล)สำหรับจังหวัดเลยยังไม่ได้เข้าร่วม workshop(แผนเดิมจัดร่วมกับหนองบัวลำภู) ผู้เข้าร่วมมีทั้งแกนนำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต./เทศบาล) กำนัน ผู้ใหญ่บ้านฯลฯ ต่อจากนั้น สนับสนุนงบประมาณไปดำเนินการต่อในพื้นที่ทั้ง 32 ตำบล มีการสรุปบทเรียนของจังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2556การดำเนินงานทำให้พื้นที่เรียนรู้ timeline ความเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้และทุนทางสังคม และ 6 องค์ประกอบมีภาคีเครือข่ายเข้าร่วมดำเนินงาน ทั้งภาครัฐ ชุมชน กระบวนการดำเนินงานทำให้เกิดการบูรณาการ ชุดเครื่องมือที่ดำเนินการช่วยเสริมในการทำแผนที่ทางเดินยุทธศาสตร์ ประเด็นสุขภาพ ได้แก่ กองทุนสุขภาพตำบลผู้สูงอายุ เกษตรอินทรีย์ กองทุนสวัสดิการ สถาบันการเงิน โรคเรื้อรัง โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ สิ่งแวดล้อม วิสาหกิจชุมชน และการแพทย์แผนไทย ข้อสังเกตจากการวิเคราะห์ประเด็นที่ได้จากพื้นที่ทั้ง 7 จังหวัด เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่เหมือนกัน มีภูเขา แหล่งน้ำ ภูมิอากาศร้อนชื้น คนในชุมชนทำเกษตรกรรม บุคลากรทุกคนมีบทบาทเป็นคณะกรรมการบริหารจัดการและทำงานร่วมกัน มีการทำงานร่วมกันระหว่าง อบต. รพ.สต. โรงเรียน วัด คนในชุมชนมีความสัมพันธ์แบบเครือญาติ การประสานงานและจัดการเครือข่ายทั้งภายในและภายนอกมีการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ อบต. และชุมชน มีการรวมกลุ่มคนในชุมชน เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มสงเคราะห์ศพ กลุ่มคณะทำงานเอดส์ กลุ่มกองทุนขยะรีไซเคิล บทบาทของท้องที่มีการกำหนดบทบาทที่ชัดเจน มีกฎ ระเบียบ มีการทำประชาคม มีการจัดประชุมแลกเปลี่ยนระหว่างภาครัฐ อบต. และชุมชน สังคมและวัฒนธรรมที่เหมือนกัน ได้แก่ ฮีต12 ครอง 14 ความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ศาลปู่ตา มีสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจที่ผูกโยงและทำให้เกิดการร่วมมือกันทำงานในชุมชน สิ่งที่ดำเนินการหลังการเรียนรู้มีการถ่ายทอดแนวคิด กระบวนการประสบการณ์ให้ชุมชนรับฟัง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน ต่อจากนั้น แต่ละพื้นที่ศึกษาข้อมูลจากแกนนำของแหล่งเรียนรู้ต่างๆ โดยเลือกมาเรียนรู้บางแหล่งที่มีโอกาสพัฒนา มีการจัดประชุมและวางแผนการจัดอบรมในพื้นที่ ซึ่งการเรียนรู้ทำให้ชุมชนรับทราบประวัติของชุมชนและรับรู้ข้อมูลในพื้นที่มากขึ้น ทำให้เห็นแนวทางการต่อยอดการพัฒนาของแหล่งเรียนรู้ มีการเชื่อมโยงการทำงานของแหล่งเรียนรู้ และเห็นทุนทางสังคมของชุมชนเกิดแผนงาน/โครงการ เช่น การเยี่ยมบ้านของแพทย์เวชปฏิบัติ จิตอาสาเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุ โครงการพัฒนาสมรรถนะอสม. ฯลฯ และนำเครื่องมือไปใช้กับแหล่งเรียนรู้อื่นๆ ที่ยังไม่ได้นำมาเรียนรู้ ข้อเสนอแนะสำหรับการดำเนินงานครั้งต่อไปคือ ให้สนับสนุนงบประมาณลงไปที่จังหวัดโดยตรงเพื่อสะดวกในการดำเนินงาน

สรุปบทเรียนที่ได้รับจากการถอดบทเรียนของจังหวัดอุดรธานี ได้แก่ กระบวนการทำงาน การมีส่วนร่วม รายละเอียด6 องค์ประกอบ กระบวนการคิดของผู้นำ ทุนชุมชนที่สามารถต่อยอดและพัฒนาได้ กิจกรรมที่สอดคล้องกับชุมชน เช่น เศรษฐกิจพอเพียงการจัดระบบทรัพยากรในชุมชนและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ และแนวทางการดำเนินงานในพื้นที่


นางอุไรรัตน์ ศรีสมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคายนำเสนอผลการขับเคลื่อนงานพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนจังหวัดหนองคาย ดังนี้ พื้นที่ดำเนินการ 6 ตำบล (ตำบลต้นแบบ 3 ตำบล ตำบลขยาย 3 ตำบล) การเลือกพื้นที่ใช้พื้นที่ที่มีการทำSRM เพื่อให้สามารถต่อยอดได้ ประเด็นสุขภาพ ได้แก่ ตำบลนาข่าได้แก่ การจัดการขยะชุมชน โรงเรียน อสม. วิทยุชุมชนตำบลพระพุทธบาทได้แก่ การควบคุมโรคไข้เลือดออก การเฝ้าระวังสารเคมีในเลือดเกษตรกรโดยชุมชน การเฝ้าระวังสารปนเปื้อนอาหารปลอดภัยโดยภาคีเครือข่าย เมนูสุขภาพพอเพียงลดภาวะเสี่ยงเบาหวาน ความดัน การดูแลสุขภาพผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มโฮมสเตย์บ้านวังน้ำมอกตำบลเซิมได้แก่ หมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การดูแลผู้ป่วยเบาหวานโดยจิตอาสาสถานบริการสาธารณสุขผ่านการรับรองสถานบริการผ่านมาตรการ 5 ส.ตำบลบ้านนาฮีได้แก่ การพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล การบริหารจัดการท้องถิ่น กองทุนหลักประกันสุขภาพ หมู่บ้านต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงตำบลกองนางได้แก่ การบริหารจัดการท้องถิ่น สวัสดิการชุมชน กลุ่มโฮมสเตย์บ้านกองนาง การอนุรักษ์น้ำ การคุ้มครองผู้บริโภค กลุ่มเกษตรปลอดโรค การป้องกันและควบคุมโรคติดต่อในชุมชน กลุ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ กลุ่มเยาวชน เครือข่ายป้องกันยาเสพติด กลุ่มเพาะพันธุ์ปลา กลุ่มปลาส้ม สำหรับตำบลรัตนวาปีมีการดำเนินงานแล้วแต่ยังไม่ได้ข้อมูลสำหรับประเด็นสุขภาพที่เหมือนกัน เช่น เกษตรอินทรีย์ กลุ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เนื่องจากลักษณะของพื้นที่ที่เหมือนกันคือ เป็นพื้นที่ราบลุ่ม มีน้ำท่วมถึง พื้นที่ไม่ติดแม่น้ำโขง แต่มีหนองน้ำมีอาชีพทำนา อยู่ใกล้ตัวเมือง และมีผู้นำที่เข้มแข็ง สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้คือ ความสัมพันธ์ของคนในชุมชน มีการรวมกลุ่มกัน มีการแบ่งบทบาทหน้าที่รับผิดชอบของกลุ่มเรียนรู้ที่ชัดเจน มีการจัดทำแผน และทบทวนบริบทชุมชน

นางเบญญา เอกสุภาพันธุ์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสกลนคร เพื่อเติมเรื่องการขับเคลื่อนของจังหวัดสกลนครว่า ผู้บริหารเน้นเรื่องการทำจังหวัดต้นแบบ ได้แก่ ต้นแบบแพทย์แผนไทย (มีโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยแห่งแรกของประเทศไทย และมีแพทย์แผนไทยที่ขึ้นทะเบียนมากที่สุดในประเทศไทย) ต้นแบบหน่วยบริการปฐมภูมิ (เชื่อมโยงกับ DHS) ต้นแบบของ 5 killer และอำเภอควบคุมโรคเข้มแข็ง ต้นแบบของภาคีเครือข่ายสุขภาพ (เมืองน่าอยู่ โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ ตำบลต้นแบบผู้พิการผู้สูงอายุ ตำบลสายใยรักนมแม่)ซึ่งทุกตำบลต้องดำเนินการทั้ง 4 เรื่องนี้ ภายใต้ตัวชี้วัด นอกจากนี้ มีนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดให้ทุกหมู่บ้านปลอดเหล้าและปลอดการพนัน (งานศพปลอดเหล้าและปลอดการพนัน) ดังนั้น การทำงานค่อนข้างเยอะ พอเอากระบวนการลงไปทำให้พื้นที่รู้จักตัวตนชัดเจนขึ้นรู้ว่าที่ผ่านมาพื้นที่อยู่ได้เพราะว่าเป็นแบบนั้นแบบนี้ เครื่องมือที่นำมาใช้มีประโยชน์ต่อพื้นที่ทำให้ 5 ตำบลที่ขับเคลื่อนเกิดความชัดเจน ถึงแม้ว่าจังหวัดสกลนครเป็นต้นแบบในหลายๆ เรื่อง แต่พื้นที่ทำงานประเมินตนเองตามตัวชี้วัด เมื่อประเมินเสร็จก็จบ มีการทำงานเป็นช่วงเวลา ทำให้มีการจัดระบบการทำงานดีขึ้น เช่น ตำบลปทุมวาปี ตำบลคำบ่อ

นายพัชรพล อ่อนสุระทุมรพ.สต. ธาตุทอง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร กล่าวว่า เครื่องมือที่นำไปใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นเครื่องมือที่ดี ใช้ง่าย ทำให้การจัดเก็บข้อมูลเป็นไปตามที่ต้องการ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำให้กลุ่มต่างๆ ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจ รู้ภูมิหลังของตัวเอง เช่น จากการทบทวนของกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2500 กว่าๆ ที่ “ในหลวง” เสด็จมาในพื้นที่ ซึ่งขณะนั้นแห้งแล้งกันดาร และให้นโยบายในการสร้างแหล่งน้ำ สร้างฝาย ทำให้ชุมชนสามารถปลูกพืชเศรษฐกิจได้มาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน กลุ่มออมทรัพย์ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ชุมชนรับทราบว่าในตำบลมีอะไรดี ข้อเสนอแนะคือ การสานต่อกิจกรรมเข้ากับแผน มีการเรียนรู้ระหว่างชุมชนมากขึ้น เช่น กลุ่มปุ๋ยอัดเม็ด รู้เฉพาะในหมู่บ้าน น่าจะมีการกระจายทุกหมู่บ้าน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ดำเนินการไม่ต่อเนื่อง บริหารจัดการไม่ดี ไม่ถูกนำมาพูดคุย ซึ่งส่วนใหญ่คนที่มาเรียนรู้จะมองแต่ส่วนดี ไม่ได้มองส่วนที่ขาด เช่น กลุ่มทำดอกไม้จันทน์ที่หายไปในชุมชน มีคนบอกว่าคนในชุมชนสุขภาพดีตายน้อยลง แต่สาเหตุที่แท้จริงคือขาดการสานต่อเรื่องตลาด คนที่มาให้ข้อมูลมองที่ระดับหมู่บ้านไม่ได้มองในระดับตำบลโอกาสของการทำงานนี้คือการมีภาคีเครือข่าย

นายพัฒนาวุฒิ เรืองสวัสดิ์รพ.สต. หนองแวง ตำบลปทุมวาปี อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร เพิ่มเติมว่า หลังจากที่ใช้เครื่องมือ ได้นำ timeline เป็นแกนหลักของประวัติศาสตร์ในชุมชน และเมื่อมีการพัฒนาชุมชน ได้บอกกล่าวกับคนในชุมชนว่า “คุณต้องการที่จะถูกจารึกในประวัติศาสตร์ของชุมชนอย่างไร”ทำให้คนในชุมชนเห็นความสำคัญของการทำงาน และเมื่อใช้ timeline เป็นแกนพัฒนาชุมชน โครงการที่เกิดขึ้นมาจากถูกจับตามอง ทำให้ไม่ได้ทำงานคนเดียว มีเครือข่ายในการทำงานร่วมกัน

นางวาสนา ศรีวะรมย์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม กล่าวว่า จังหวัดนครพนมมีการขับเคลื่อนตำบลจัดการสุขภาพ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2551โดยทำเป็นยุทธศาสตร์ของจังหวัด กระบวนการทำงานใช้ 3 ประสาน ได้แก่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับจังหวัด สสอ. รพ.สต. ท้องถิ่น และอสม. มีตำบลต้นแบบ 5 ตำบล ได้แก่ ตำบลนาถ่อน ตำบลหนองฮีตำบลสามผง ตำบลหนองซน ตำบลพิมานและขยายเป็น 12 ตำบล สำหรับปี พ.ศ. 2556 ขยายเป็น 24 ตำบล การดำเนินงานนี้ เลือก 5 พื้นที่ตำบลต้นแบบเข้าร่วมเรียนรู้ และขยายผลการดำเนินงานในพื้นที่โดยจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้แกนำ 3 ประสาน ได้แก่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ท้องถิ่น และอสม.ทั้ง 12 ตำบล (12 อำเภอ) ที่ตำบลพิมาน อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม

นางวานิตย์ เพ็งพิมพ์รพ.สต. พิมาน อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ตำบลพิมานเป็นตำบลต้นแบบ เป็นศูนย์เรียนรู้ (แม่ข่าย สสส.)ประชาชนมีความพร้อมและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีภาคีเครือข่าย มีหน่วยงานภาครัฐ เอกชนเข้ามาสนับสนุน มีการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ 7 ระบบ 28 แหล่งเรียนรู้ (อปท. ดำเนินงาน) มีชุดข้อมูล timeline ความเชื่อมโยงของแหล่งเรียนรู้ และทุนทางสังคม มีวิทยากรประจำแหล่งคู่มือและหลักสูตรการเรียนรู้ มีโฮมสเตย์

นายไพศาล ไกรรัตน์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ กล่าวว่า การดำเนินงานพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนในพื้นที่ตำบลโพธิ์หมากแข้ง (ตำบลต้นแบบ) และตำบลนาแสง (ตำบลขยาย) แต่ตำบลนาแสงอาจจะเด่นกว่าตำบลต้นแบบ เนื่องจากมีการทำงานร่วมกันระหว่างอปท. รพ.สต. วัด โดยมีพระเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน มีกลุ่มผู้สูงอายุ เกษตรอินทรีย์ อสม.

นางสิริกัลยา อุปนิสากรสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร นำเสนอผลการขับเคลื่อนงานพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน กลุ่มจังหวัดมุกศรีโสธรเจริญราชธานี (มุกดาหาร ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี) ดังนี้ มีการประชุมทีมวิทยากรเพื่อเตรียมพื้นที่ วันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2556 และจัดworkshop วันที่ 17-18 มิถุนายน พ.ศ. 2556 ณ ตำบลศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธรมีกระบวนการเรียนรู้ ทำความเข้าใจและประเมินทุนชุมชน โดยใช้เครื่องมือ timeline ความเชื่อมโยงของแหล่งเรียนรู้ ความเชื่อมโยงทุนทางสังคม และสรุปผลการดำเนินงานร่วมกัน ต่อจากนั้น จัดสรรงบประมาณให้พื้นที่แต่ละจังหวัดไปดำเนินงาน โดยมีความก้าวหน้าดังนี้จังหวัดมุกดาหาร ยังไม่ได้ดำเนินการ จังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินการไปแล้ว (มีรายงาน) จังหวัดยโสธร ดำเนินการไปแล้ว 2 พื้นที่คือตำบลกุดแห่ และตำบลย่อ (มีรายงาน)จังหวัดอำนาจเจริญ ดำเนินการไปแล้ว 1 พื้นที่ คือตำบลสร้างถ่อน้อย (มีรายงาน)จังหวัดอุบลราชธานี เตรียมดำเนินการในวันที่ 19-20 กันยายน พ.ศ. 2556โดยมี coreteamระดับจังหวัด

นายวิทยา อินกำแหงรพ.สต. ส้มป่อย อำเภอราศีไศล จังหวัดศรีสะเกษเสนอแนะว่าการทำงานของภาครัฐส่วนใหญ่จะลงไปดำเนินการในพื้นที่ที่มีความพร้อมอยู่แล้ว กลุ่มที่ทำกิจกรรมในชุมชนจะเป็นกลุ่มเดิมๆ เป็นกลุ่มที่คนในชุมชนยอมรับ ถ้ากลุ่มอื่นมาทำจะไม่เกิดความศรัทธา ทำให้การดำเนินงานไม่สามารถส่งต่อไปยังคนรุ่นหลังได้ กิจกรรมที่เกิดขึ้นมีผลต่อสถานะทางเศรษฐกิจเท่านั้น ประชาชนจะให้ความร่วมมืออย่างดี การสนับสนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจไม่มีความยั่งยืน ควรมองที่ฝ่ายปกครองเพื่อให้เกิดความยั่งยืน จากข้อมูลที่ได้จากการทำรายงานที่มองเรื่อง timeline ความเชื่อมโยงของแหล่งเรียนรู้ ความเชื่อมโยงทุนทางสังคม แต่ยังไม่ได้มองถึงความเชื่อมโยงกับสุขภาพ เช่น มีรายได้ดีขึ้นแล้วสุขภาพดี เมื่อมีหมู่บ้านพอเพียงแล้วสุขภาพเป็นอย่างไร

นางจีรวรรณ หัสโรค์ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาสุขภาพภาคประชาชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทบทวนเป้าหมายและกระบวนการทำงาน สิ่งที่เห็นคือกลไกและเครือข่าย การเรียนรู้ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต./เทศบาล) ชุมชน และเครื่องมือที่ทำให้รู้ทุนในพื้นที่

ผศ.ภัทระ แสนไชยสุริยาคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า..การทำงานที่ผ่านมาเรามีฐานเรียนรู้ เราได้มีการประเมินทุน ทำให้เราได้คิด ตอนนี้เราคิดได้ว่าพื้นที่ควรที่จะพัฒนาเรื่องอะไร สิ่งที่จะทำต่อคือการทำแผนงาน/โครงการ

ผศ.ภัทระ แสนไชยสุริยาสรุปประเด็นที่ได้จากการนำเสนอของพื้นที่ดังนี้

1.เขต 7 เห็นพลังของนโยบาย เมื่อมีนโยบายงบประมาณสนับสนุนจะตามมา

2.วิธีการ การรวมกลุ่มคน ใช้การจัดตั้งเป็นชมรม มีโครงสร้าง

3.ความสามารถในการ lock กลุ่มเป้าหมาย เช่น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ส่วนวัยแรงงาน lock ยากมากขึ้น

4.เมื่อพูดถึงความเชื่อมโยงของแหล่งเรียนรู้และทุนทางสังคม จังหวัดขอนแก่นพูดถึงความเชื่อมโยงว่า ยิ่งโยงมากยิ่งเข้มแข็งมาก แต่ถ้าโยงไปที่จุดเดียวมองว่าเป็นการผูกขาด

5.การสร้างการมีส่วนร่วม กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม พี่เลี้ยงจังหวัด พี่เลี้ยงอำเภอ ชุมชน การมีส่วนร่วม มีรูปแบบอย่างไร

6.การวัดความสำเร็จของฐานเรียนรู้ วัดจากจำนวนคนที่มาดูงาน ทุนหมุนเวียนได้หรือไม่ เช่น พื้นที่ที่มีคนมาดูงานเยอะแสดงว่าพื้นที่เข้มแข็งใช่หรือไม่

7.เมื่อพูดถึงกลุ่มชน การที่คนมารวมกลุ่มกันสามารถสร้างอำนาจในการต่อรองได้ สร้างพลังในการจัดการได้ เช่น วัฒนธรรมของชาวผู้ไท เราจะสร้างคนที่ต่างและหลากหลายวัฒนธรรมให้เป็นกลุ่มชนเดียวกันได้อย่างงไร

8.เครื่องมือชุดนี้ทำให้รู้จักระดับการพัฒนาของตนเอง เข้าใจทุน/ฐานเรียนรู้ สามารถประเมินตนเองได้ นอกจากนี้ เจตคติในการเรียนรู้ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจ

9.การผสมผสานเครื่องมือชิ้นนี้กับ SRM (Strategic Road Map)และ AIC (Appreciation Influence Control)การนำใช้เครื่องมือถ้าวางจังหวะดีๆ ทำให้การพัฒนาสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้

10.การยกระดับจากกลุ่มเป็นฐานเรียนรู้ เน้นความรู้ที่ปรากฏ ถ้าเป็นฐานเรียนรู้เป็นความรู้ที่สังเคราะห์ขึ้นมาและเชื่อมโยงฐานเรียนรู้ส่วนใหญ่เป็นฐานเรียนรู้แค่หมู่บ้านเดียว ยังไม่มีฐานเรียนรู้ทั้งตำบล เช่น มีกองทุนสวัสดิการชุมชนทุกหมู่บ้าน และมีการเชื่อมโยงกันระหว่างหมู่บ้านที่อยู่ภายในตำบล

11.วิถีชีวิตของคนที่ปลูกยางพารา กับทำนาจะแตกต่างกัน เมื่อวิถีเปลี่ยน ความเป็นชุมชนจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่

12.การรวมกลุ่มโดยใช้ศูนย์รวมจิตใจ เช่น ศาสนา และวัฒนธรรม และด้านภูมิศาสตร์ เช่น การตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้กัน

13.การอบรมและพัฒนาศักยภาพ จากกระบวนการเดิม 3 วัน 2 คืน ทำไมเปลี่ยนจาก 3 วันเป็น 2 วัน และกลายเป็น 1 วัน กระบวนการเรียนรู้ มีเงื่อนไขและข้อจำกัดอย่างไร

14.แผนภูมิ (ไม่ใช้แผนภาพ) ซ่อนไว้ด้วยภูมิปัญญา เช่น ตำบลวาปีปทุมมีการใช้ประโยชน์จาก timeline คือถ้าอยากมีชื่อจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ (+/-) ใครจะอยากมีชื่อในประวัติศาสตร์ด้านลบ ถ้าคนไม่ทำก็ไม่มีชื่อ

จากการทบทวนรายงานที่แต่ละจังหวัดส่งมาผศ.ภัทระ แสนไชยสุริยาและนางสาวมธุรพร

ภาคพรตชวนให้พื้นที่เพิ่มเติมเนื้อหาในรายงานจังหวัดดังนี้

1.ประเภท/จำนวนแหล่งเรียนรู้ / โครงสร้าง กลไกการจัดการแหล่งเรียนรู้เพื่อให้เกิดความยั่งยืน

2.การได้มาประเด็นสุขภาพ / กระบวนการพัฒนาเพื่อแก้ไข

3.ผลการดำเนินงาน

4.ประเภทกิจกรรมที่มีความเชื่อมโยง / รูปแบบการเชื่อมโยง (บทบาท/กลุ่มเป้าหมาร่วม/ทรัพยากร)

5.ลักษณะความสัมพันธ์ของทุนทางสังคม

6.ตัวอย่างการนำข้อมูลไปใช้ในพื้นที่/

7.วิธีการได้มาของข้อตกลง/เป้าหมายร่วมของพื้นที่


กระบวนการพัฒนา... พี่เลี้ยงจังหวัด

กระบวนการพัฒนา... พื้นที่ (อปท./แกนนำ/รพ.สต.)

กระบวนการพัฒนา... การขยายจากพื้นที่ต้นแบบ


ผู้เข้าร่วมประชุมแบ่งกลุ่มพูดคุยตามพื้นที่ดำเนินงาน เกี่ยวกับประเด็นสุขภาพ การสังเคราะห์เครื่องมือ และการสังเคราะห์กระบวนการ โดยแต่ละพื้นที่มีประเด็นสุขภาพตามฐานเรียนรู้ในประเด็นร่วมที่เหมือนและแตกต่างกัน และสรุปเป็นประเด็นสุขภาพระดับเขต 3 ประเด็น เพื่อนำมาพูดคุยในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ช่วงเดือนตุลาคม การสังเคราะห์เครื่องมือ ได้แก่ ใช้เพื่อเรียนรู้อะไร ความเชื่อมโยง และการใช้ timeline และการสังเคราะห์กระบวนการได้แก่ การเตรียมการ การวางแผน ที่พัก ระยะเวลา การคัดเลือกพื้นที่ บทบาทพี่เลี้ยง และการขับเคลื่อนงาน



วันที่สอง

ผศ.ชูพักตร์ สุทธิสาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ชวนพื้นที่สรุปประเด็นที่ได้จากกระบวนการทำงาน เพื่อเป็นตัวอย่างในการจัดทำชุดประสบการณ์เรียนรู้การพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนโดย นางวาสนา ศรีวะรมย์ รพ.สต. พิมาน เล่าถึงที่มาที่ไปของการทำโฮมสเตย์ในพื้นที่ตำบลพิมาน อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม และนายพัฒนาวุฒิ เรื่องสวัสดิ์ รพ.สต. หนองแวง เล่าถึงกลุ่มอนุรักษ์ภาษาโซ่ง ตำบลปทุมวาปี อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร ขณะที่เล่าเรื่องอาจารย์ชูพักตร์สรุปเรื่องเล่าจากพื้นที่และนำเสนอ ทำให้เห็นภาพเส้นทางการพัฒนาของกลุ่มเรียนรู้ เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง บทบาทหน้าที่ของกลุ่มคนต่างๆ บริบทของพื้นที่ เครื่องมือและกลไกการขับเคลื่อน วิธีการทำงาน เงื่อนไขและปัจจัยการทำงาน ปัญหา/อุปสรรคทั้งภายนอกและภายใน และประเด็นการทำงาน

นางสาวมธุรพร ภาคพรตมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน (สพช.)ชวนให้พื้นที่ทบทวนข้อมูลและอธิบายถึงความสำคัญของการใช้ประโยชน์จาก เครื่องมือ และการแปรความจากชุดข้อมูล ได้แก่ timelineเส้นทางสถานการณ์สำคัญที่เป็นต้นเหตุ ผลผลิตและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นของแหล่งเรียนรู้ในตำบลความเชื่อมโยงของแหล่ง เรียนรู้ระหว่างแหล่งเรียนรู้ความเชื่อมโยงทุนทางสังคมของแหล่งเรียนรู้ใน ตำบลและรายละเอียดองค์ประกอบสำคัญ 6 ประการของชุมชนเข้มแข็ง

ผู้เข้าร่วมประชุมแบ่งกลุ่มพูดคุยตามพื้นที่ดำเนินงาน และนำเสนอแผนการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับเขตสรุปดังนี้

กลุ่มจังหวัดขอนแก่น (สปสช. เขต 7)จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประเด็น โรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุวันที่ 24-25 ตุลาคม พ.ศ. 2556 ณ ตำบลร่องคำ อำเภอ จังหวัดกาฬสินธุ์กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ แกนนำชุมชนตำบลต้นแบบ 8 ตำบลๆ ละ 4 คน แกนนำชุมชนตำบลขยาย 16 ตำบลๆ ละ 2 คน พี่เลี้ยงจังหวัดๆ ละ 2 คน 4 จังหวัด และภาคีเครือข่าย รวม 90 คน

กลุ่มจังหวัดอุดรธานี (สปสช. เขต 8)จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเด็น เกษตรอินทรีย์โฮมสเตย์ แพทย์แผนไทยวันที่ 14-15 ตุลาคม พ.ศ. 2556 ณ ตำบลพิมาน อำเภอนาแก จังหวัดนครพนมกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่แกนนำชุมชนตำบลต้นแบบ ผู้ปฎิบัติการ ผู้ให้การสนับสนุน จังหวัดๆ ละ 6 คน รวม 42 คน

กลุ่มจังหวัดอุบลราชธานี (สปสช. เขต 10) จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประเด็น ผู้สูงอายุ เศรษฐกิจพอเพียง เกษตรอินทรีย์ จัดที่ตำบลกุดแห่ อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธรระหว่างวันที่ 15-30 ตุลาคม พ.ศ. 2556 (สำหรับกำหนดการที่แน่นอนจะแจ้งให้ทราบภายหลัง)กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อบต. ผู้นำชุมชน อสม. ทั้ง 23 ตำบลๆ ละ 4 คน พี่เลี้ยงจังหวัดๆ ละ 2 คน วิทยากรพื้นที่ และภาคีเครือข่าย รวม 120 คน



อ่าน 1241 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


 ใบรับรอง CPE
 ลงเยี่ยมสำรวจเครือข่ายบริการปฐมภูมิ (pre-survey) เครือข่ายสุขภาพอำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง
 พัฒนาศักยภาพทีมเยี่ยมสำรวจ เครือข่ายบริการสุขภาพระดับอำเภอ (DHS) จังหวัดในเขตสุขภาพที่ 3
 ประชุมวิชาการ “เพิ่มประสิทธิผลการจัดการโรคเรื้อรัง”
 จดหมายข่าว "เล่าสู่กันฟัง" #5

หน้าแรก | แนวคิดระบบสุขภาพชุมชน | เวทีขับเคลื่อน | งานวิจัยชุมชน | นักจัดการชุมชน | พื้นที่แผนงาน | ข่าว / กิจกรรม | รวมลิงค์ระบบสุขภาพชุมชน