ความเข้มแข็งหมู่บ้านสามขากับการจัดการด้านสุขภาพ

 

ความเข้มแข็งหมู่บ้านสามขากับการจัดการด้านสุขภาพ

 

 

 

“บ้านสามขา”    ม.6  ต.หัวเสือ  อ.แม่ทะ  จ.ลำปาง    เป็นหมู่บ้านที่มีประชากรอาศัยอยู่ 152 หลังคาเรือน   จำนวน 656 คน   จากสภาพหมู่บ้านในอดีตที่การคมนาคมไม่ค่อยสะดวก  ความเจริญจากเขตเมืองยังเข้าไปไม่ถึง  ทำให้ชาวบ้านมีวิถีชีวิตที่เป็นแบบเกษตรกรชนบทดั้งเดิม  และข้อมูลจากผังเครือญาติทำให้ทราบถึงลักษณะความสัมพันธ์ที่มาจากเครือญาติเดียวกันเป็นส่วนใหญ่  ประกอบกับการมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานเกี่ยวกับ เจ้าพ่อติ๊บปาละ บรรพบุรุษของชุมชนที่เป็นผู้กอบกู้เมืองลำปางในอดีต ชาวบ้านจึงมีความเอื้ออาทรต่อกันและพึ่งพากันในยามจำเป็น ซึ่งลักษณะวิถีชีวิตของชาวบ้านแบบชนบทดั้งเดิมนี้ได้ส่งผลถึงวิถีชีวิตในปัจจุบันอยู่มากเพราะชาวบ้านยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณี การอยู่ร่วมกันด้วยความสงบสุขและเกิดผู้นำตามธรรมชาติมากมาย ซึ่งลักษณะดังกล่าวนี้อาจถือได้ว่าเป็นทุนทางสังคมอย่างหนึ่งของหมู่บ้านสามขา  ส่วนในด้านเศรษฐกิจนั้นยังคงขึ้นอยู่กับอาชีพด้านการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ และมีการประกอบอาชีพเสริมด้านการแกะสลักไม้เนื้ออ่อนนอกฤดูเก็บเกี่ยวด้วย การประกอบอาชีพที่สำคัญของประชากรในหมู่บ้านสามขาได้แก่ อาชีพ ทำนา ทำไร่ รับจ้างทั่วไป รับราชการ และการประกอบอาชีพส่วนตัวได้แก่การค้าขาย พืชเศรษฐกิจที่สำคัญที่ทำรายได้ให้กับชาวบ้านได้แก่ ข้าว หอม กระเทียม มะขาม  และผลผลิตจากป่า รายได้ต่อปีของชาวบ้านทั้งหมดรวมกันมีมูลค่า 21,628,956 บาท โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากอาชีพรับจ้างรวมถึงอาชีพข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ รองลงมาได้แก่รายได้จากอาชีพทางการเกษตร เช่น รายได้จากการปลูกพืชนา พืชสวน พืชไร่ เป็นต้น ในขณะที่ประชาชนในหมู่บ้านมีภาวะหนี้สินทั้งในระบบจากธนาคารต่างๆ  สหกรณ์การเกษตร กลุ่มต่างๆ ในหมู่บ้าน และหนี้นอกระบบจากกลุ่มนายทุนต่างๆ รวมทั้งหมด 20,147,175 บาท ซึ่งประชาชนในหมู่บ้านเห็นว่าเป็นปัญหาของชุมชนหมู่บ้านสามขาที่ควรได้รับการแก้ไข 

 

 

 

               วิกฤตการณ์ของชุมชนบ้านสามขา เมื่อประมาณปี พ.. 2508 ชุมชนบ้านสามขามีลักษณะเป็นชนบทดั้งเดิม การคมนาคมไม่สะดวกอาศัยการเดินเท้าและทางเกวียนเป็นหลัก ต่อมา พระครูแก้ว เจ้าอาวาสวัดสามขาเป็นผู้นำชาวบ้านพัฒนาทางเดินเท้าจนสามารถใช้เป็นถนนเข้าหมู่บ้านได้ ก่อนที่จะมีหน่วยงานของทางราชการไปทำการตัดถนนเป็นทางรถยนต์ในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญที่นำความเปลี่ยนแปลงทางวิถีชีวิตมาสู่หมู่บ้านสามขา การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชาวบ้านสามขา ได้เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อได้มีการนำรถไถนาแบบคนเดินตาม มาใช้ในการไถนาเพื่อทำการปลูกข้าวเป็นครั้งแรก ซึ่งในสมัยก่อนชาวบ้านจะใช้ควายไถนา เนื่องจากรถไถนาแบบคนเดินตาม สามารถใช้ได้ง่าย สะดวกและรวดเร็ว ชาวบ้านจึงกู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (...) มาซื้อรถไถนาหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ควายเหล็ก มาใช้ในครัวเรือนของตนเอง ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดหนี้สิ้นขึ้นภายในหมู่บ้าน 

 

 

 

ในช่วงปี พ.. 2529 มีระบบไฟฟ้าเข้าสู่หมู่บ้าน ซึ่งได้กลายเป็นตัวนำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชาวบ้านครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่ง โดยชาวบ้านได้เพิ่มเครื่องใช้และเครื่องอำนวยความสะดวกที่ใช้ไฟฟ้า เช่น โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องเสียง พัดลม เตารีด วิดีโอ เป็นต้น ก่อให้เกิดการกู้หนี้ยืมสินเพื่อซื้ออุปกรณ์เพื่อความสะดวก สบายและความบันเทิง ทำให้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมหดหายไป 

 

 

 

ชาวบ้านสามขาพยายามที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหาหนี้สิน โดยการจัดตั้งกองทุนต่างๆ ขึ้นในหมู่บ้าน ได้แก่ กองทุนรวมน้ำใจ กองทุนการศึกษา กองทุนจัดไร่นา กองทุน 26 และกองทุนอื่นๆ รวมกว่า 39 กองทุน ซึ่งกองทุนเหล่านี้จัดตั้งขึ้นมาในช่วงที่ชุมชนเริ่มประสบปัญหาหนี้สินกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ เมื่อถึงเวลาชำระหนี้ชาวบ้านหลายคนไม่มีเงินชำระหนี้ทำให้ต้องหาเงินภายในหมู่บ้านไปชำระหนี้ จึงเกิดการระดมทุนจากผู้ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดีในหมู่บ้านนำเงินไปลงหุ้นและปล่อยเงินกู้ให้กับชาวบ้านในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อเดือน ต่อมาช่วงปี พ.. 2536-2539 ชาวบ้านเริ่มมีภาระหนี้สินเพิ่มมากขึ้นจนรับไม่ไหว ครัวเรือนในหมู่บ้านร้อยละ 80 มีภาระหนี้สินรวมมูลค่าถึง 5 ล้านบาท รวมถึงการมีภาระหนี้สินนอกระบบที่มีจำนวนถึงร้อยละ 50 ของหลังคาเรือนจากการกู้ยืมเงินจากกลุ่มนายทุน ที่มีดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 10 ถึง 20 บาทต่อเดือน จากสภาพปัญหาด้านภาระหนี้สิน    โยงใยส่งผลให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต รวมถึงปัญหาทางสังคมในหมู่บ้าน กล่าวคือการที่มีปัญหาหนี้สินในครอบครัวทำให้สมาชิกของครอบครัวต้องรับภาระหนัก ในการที่ต้องทำงานเพิ่มมากขึ้นเพื่อที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้นในขณะที่เวลาในการพักผ่อนหรือการดูแลด้านสุขภาพร่างกายลดลง ส่งผลให้เกิดความเจ็บป่วยจากการที่ต้องทำงานหนัก และยังมีภาวะเครียดจากการบริหารจัดการด้านรายได้และรายจ่ายของครอบครัว ประกอบกับปัญหาเรื่องยาเสพติดได้เข้ามาทำลายชุมชนบ้านสามขา โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ทำให้มีผู้ติดยาเสพติด และได้กลายเป็นปัญหาสำคัญของชุมชน 

 

 

 

หลังจากที่พบว่ามีปัญหาเกิดขึ้นกับบ้านสามขา ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลายาวนาน ชุมชนจึงมีความพยายามที่จะหันหน้ามาแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างจริงจัง โดยการจัดเวทีประชาคมขึ้นในหมู่บ้าน เพื่อค้นหาปัญหาและร่วมกันคิดหาแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหา พบว่าในหมู่บ้านมีปัญหาที่สำคัญอยู่ 2 เรื่อง คือปัญหายาเสพติด และปัญหาหนี้สินชุมชนจึงมีมติร่วมกันที่จะแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างเร่งด่วนก่อน เพราะเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ด้วยตนเอง ในขณะเดียวกันก็พยายามแก้ไขปัญหายาเสพติดควบคู่กันไปด้วย 

 

 

 

การพัฒนาชุมชนเข้มแข็งบ้านสามขา จากปัจจัยต่างๆ ของชุมชนหมู่บ้านสามขา ทั้งลักษณะภูมิประเทศ วิถีชีวิตชุมชน และการที่ชาวบ้านที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น  และต้องรวมกลุ่มกันเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติต่างๆ รวมถึงการพัฒนาหมู่บ้านร่วมกันมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน   ทำให้เกิดผู้นำตามธรรมชาติ กลุ่มองค์กรต่างๆ  ที่เสียสละ   มีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา ในหมู่บ้าน มีการจัดเวทีประชาคมเพื่อพบปะหารือประชุมร่วมกันในชุมชน   ซึ่งถือว่าเป็นทุนเดิมทางสังคม และทุนด้านบุคคลที่มีคุณภาพ เช่น ผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ พระสงฆ์ ข้าราชการที่เกษียณอายุแล้ว ข้าราชการหน่วยงานต่างๆ บ้านสามขาจึงเป็นชุมชนที่มีการก่อตัวของประชาคมได้อย่างรวดเร็ว   จากสภาพปัญหาหนี้สิน   ปัญหายาเสพติด    ผู้นำชุมชนและชาวบ้านได้ร่วมกันคิดหาทางแก้ไขปัญหาจากจุดที่มองว่าเป็นทุนความเข้มแข็ง  ความภาคภูมิใจที่มีอยู่เดิม    เกิดการรวมกลุ่มจัดกิจกรรมขึ้นมากมาย    เกิดกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ที่เข้มแข็ง  จนปัญหาหนี้สินทุเลาเบาลง     ปัญหายาเสพติดลดลงด้วยแนวคิดที่ช่วยกันดูแลกลุ่มเสี่ยง แบบญาติ  พี่น้อง  ลูกหลาน    ไม่ใช่แบบผู้ป่วย  หรือผู้ที่เป็นปัญหาของชุมชน    นอกจากนั้น   จากเวทีที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง  ทำให้เกิดกิจกรรมแก้ไขปัญหาต่าง ๆ  อีกมากมาย    เช่น  กติกาการไม่สูบบุหรี่ในที่สาธารณะ  การแก้ไขปัญหาโรคไข้เลือดออกโดยใช้กลไกการมีส่วนร่วมของสมาชิกในชุมชนในการดูแลไม่ให้มีลูกน้ำยุงลายในครัวเรือน  การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมด้านการอนุรักษ์ป่าไม้โดยชุมชน  และการเก็บมูลสัตว์ไม่ให้สกปรกบริเวณถนนในหมู่บ้าน  กิจกรรมส่งเสริมการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย  และกิจกรรมการจัดสรรเงินสวัสดิการสำหรับผู้ป่วยในหมู่บ้านทุกคนที่นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลรายละไม่ต่ำกว่า 200 บาท แต่ไม่เกิน800 บาทต่อปี โดยการกิจกรรมด้านสุขภาพหลังจากการพัฒนาชุมชนเข้มแข็งหมู่บ้านสามขานั้น กลุ่มแกนนำได้แก่ ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน สมาชิก อ... ของหมู่บ้าน และผู้นำที่ผ่านการคัดเลือกจากกลุ่มองค์กรต่างๆ ที่มีอยู่ในชุมชน ได้มีประชุมร่วมกันและประสานการดำเนินงานร่วมกัน โดยกลุ่มแกนนำนี้มีบทบาทค่อนข้างมากในการทำให้เกิดกิจกรรมด้านสุขภาพในชุมชน ภายใต้ความร่วมมือของชาวบ้านที่เป็นสมาชิกของชุมชน ที่ร่วมกันคิด สร้างกฎระเบียบ และยึดปฏิบัติร่วมกัน  

 

 

 

“ชุมชนหมู่บ้านสามขา”   จึงได้รับการยอมรับเป็นหมู่บ้านชุมชนเข้มแข็ง  ที่สามารถพึ่งพาตนเองได้โดยชุมชนสามารถบริหารจัดการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของชุมชน และมีการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน หมู่บ้านสามขาเป็นหมู่บ้านตัวอย่างในการพัฒนาชุมชนเข้มแข็งและเป็นแหล่งศึกษาดูงานด้านชุมชนเข้มแข็ง ดังเช่น ในวันที่ 20 มิถุนายน 2546 พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มาเยี่ยมชมหมู่บ้านสามขา และได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดธนาคารชุมชนสามขากรุงไทย ซึ่งเป็นธนาคารชุมชนแห่งแรกของประเทศไทย  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


อ่าน 1455 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting



หน้าแรก | แนวคิดบริการ | สถานการณ์| แนวคิดคุณภาพ | องค์ความรู้ | พื้นที่แผนงาน | สื่อเผยแพร่ | ข่าว/กิจกรรม | รวมลิงค์