รายงานผลการสำรวจสถานการณ์การดำเนินงาน และความคิดเห็นต่อนโยบายการพัฒนาทีมหมอครอบครัว

 

รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นจากการศึกษาเชิงสำรวจเร่งด่วนเพื่อให้เข้าใจสถานการณ์การดำเนินงาน และบทบาทของหมอครอบครัว ซึ่งเป็นนโยบายใหม่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในปี พ.ศ.2557  โดยใช้แบบสอบถามที่สำรวจกับโรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปทุกแห่งทั่วประเทศ  สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และการสุ่มสำรวจจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลจำนวนร้อยละ 30 ของตำบลทั้งหมดทั่วประเทศ 

ผลการศึกษาสถานการณ์สำคัญของการสำรวจนี้ มีข้อค้นพบในประเด็นดังต่อไปนี้ 

1. การจัดโครงสร้างกลไกการทำงานระดับอำเภอและตำบลเพื่อรองรับการจัดการทีมหมอครอบครัว จากการสำรวจพบว่าส่วนใหญ่มีการจัดกลไกที่เป็นจุดประสานการบริหารจัดการทั้งในระดับอำเภอและตำบล ระดับร้อยละ 86.3, 85.7ตามลำดับ โดยอำเภอใช้โครงสร้างและกลไกการดำเนินการที่มีอยู่เดิมแต่อาจจะเรียกชื่อแตกต่างกัน มีบางส่วนที่ระบุโครงสร้างหรือกลไกที่มีขึ้นเพิ่มเติมมาเพื่อการดำเนินการสนับสนุนการทำงานFCTโดยเฉพาะเช่น ศูนย์สนับสนุนการพัฒนาบริการปฐมภูมิ (ซึ่งตั้งอยู่ที่รพช.)  ผู้ประสานโครงสร้างดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นพยาบาลวิชาชีพที่ได้รับมอบหมาย และแพทย์ ร้อยละ 78.5, 65.7ตามลำดับ ขณะที่หัวหน้าทีหัวหน้าทีมหมอครอบครัวระดับตำบลเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและแพทย์ที่ปรึกษา ร้อยละ 30.8, 23.2 ตามลำดับ 

2. องค์ประกอบทีมหมอครอบครัวระดับอำเภอ ร้อยละ9.13 ของอำเภอที่ระบุว่ามีองค์ประกอบทีมหมอครอบครัวระดับอำเภอที่ครบถ้วน โดยมีวิชาชีพต่างๆประกอบด้วย แพทย์ พยาบาล(ทั้งจากฝ่ายเวชปฏิบัติครอบครัวหรือเวชกรรมสังคม รวมทั้งฝ่ายการพยาบาล) นักกายภาพบำบัด นักจิตวิทยาคลินิก เภสัชกร ทันตแพทย์ นักโภชนาการ นักแพทย์แผนไทย ขณะที่ส่วนใหญ่ของ FCTอำเภอมีองค์ประกอบไม่ครบทุกวิชาชีพ ส่วนใหญ่เป็นแพทย์  (ร้อยละ 84) และพยาบาล (ร้อยละ 79)  รองลงมาคือ นักกายภาพบำบัด และเภสัชกร (ร้อยละ 77)  มีหัวหน้าทีมเป็นแพทย์ผู้รับผิดชอบงานและผู้อำนวยการโรงพยาบาลเป็นหัวหน้าทีมร้อยละ65.7, 22.4 ตามลำดับ 

3. องค์ประกอบทีมหมอครอบครัวระดับตำบล ส่วนใหญ่ประกอบด้วยพยาบาลวิชาชีพ และนักวิชาการสาธารณสุข (มากกว่าร้อยละ 80) หรือเจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน ร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุข(อสม) โดยที่มีแพทย์เป็นที่ปรึกษาและประมาณร้อยละ 40-50มีความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ร่วมกับแกนนำชุมชน และจิตอาสา  รวมทั้งสหวิชาชีพ และแพทย์แผนไทย มีหัวหน้าทีมเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและแพทย์ที่ปรึกษา ร้อยละ 30.8, 23.2 ตามลำดับ

4. วิธีการจัดทีมหมอครอบครัวระดับตำบล  ส่วนใหญ่บุคลากรสาธารณสุขในหน่วยบริการปฐมภูมิ จะแบ่งความรับผิดชอบตามจำนวนหมู่บ้าน หรือจำนวนครัวเรือนที่ร่วมกับการแบ่งความรับผิดชอบตามงานที่ได้รับมอบหมาย  มีประมาณร้อยละ 28 ที่จัดทีมดูแลตามกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ โดยมีบทบาทหน้าที่ดูแลประชาชนและครอบครัวอย่างต่อเนื่อง ในลักษณะการประสานข้อมูลพื้นฐาน การประเมินปัจจัยเสี่ยง และการประสานงานเพื่อให้การดูแล รวมถึงการวางแผนและการจัดบริการโดยตรง ให้คำปรึกษาแนะนำแก่ครอบครัวคำแนะนำด้านสุขภาพแก่ครอบครัวที่รับผิดชอบ 

5. การสื่อสารของทีมหมอครอบครัวระดับตำบลกับครอบครัว ส่วนใหญ่ (ร้อยละ 80) สื่อสารด้วยโทรศัพท์มือถือ และพบโดยตรง (ร้อยละ 60) ความถี่ส่วนใหญ่สื่อสารประมาณสัปดาห์ละครั้ง และเดือนละครั้ง 

6. การจัดการเพื่อการส่งต่อผู้ป่วย  ส่วนใหญ่ใช้ เอกสารทางการ (ใบส่งตัวทางการ) ให้กับผู้ป่วย/ญาติถือไปโดยตรง(ร้อยละ 58) และโทรศัพท์หาที่ปรึกษา(แพทย์/พยาบาลที่ดูแลโซน) ก่อนส่งต่อผู้ป่วยพร้อมเอกสารไปยังหน่วยรับส่งต่อโรงพยาบาล(ร้อยละ 21)

โดยทุกประเด็นดังกล่าวพบว่าไม่มีความแตกต่างกันในพื้นที่เขตเมืองและชนบท แต่มีความต่างกันบ้างระหว่าง หน่วยปฐมภูมิของโรงพยาบาล กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ที่มีแพทย์ไปร่วมให้บริการมากกว่า และไม่มีข้อมูลของหน่วยบริการปฐมภูมิภายใต้การดูแลของอปท. 

7. วิธีการจัดทีมหมอครอบครัวระดับอำเภอ ส่วนใหญ่แบ่งตามจำนวนรพ.สต (ร้อยละ 69) และตามลักษณะงานเฉพาะที่รับผิดชอบ (ร้อยละ 61) เช่นการเยี่ยมบ้าน ทีมกายภาพบำบัด โดยมีบทบาทหน้าที่โดยส่วนใหญ่ของแพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ นักกายภาพบำบัด มีบทบาทในด้านการให้บริการโดยตรงที่หน่วยบริการปฐมภูมิ รองลงมาคือบทบาทในด้านการสนับสนุนด้านวิชาการ และเสริมพลังแก่ผู้ป่วยและครอบครัว

8. การสื่อสารระหว่างทีมหมอครอบครัวอำเภอกับทีมตำบล  ส่วนใหญ่ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ และ กลุ่ม LINE  โดยส่วนใหญ่ (ร้อยละ 42) สื่อสารกันทุกวันและสัปดาห์ละ 3 ครั้ง (ร้อยละ27) สัปดาห์ละครั้ง (ร้อยละ 19) ส่วนการสื่อสารระหว่างทีมหมอครอบครัวระดับอำเภอกับประชาชนโดยตรง  ส่วนใหญ่ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ประมาณสัปดาห์ละครั้งและเดือนละครั้ง   

9. การจัดการส่งต่อผู้ป่วยส่วนใหญ่สื่อสารผ่านเอกสารทางการ ร้อยละ 42 และบางส่วนโทรศัพท์ปรึกษาก่อนส่งต่อ ร้อยละ 26 

10. ลักษณะการสนับสนุน  ทีมหมอครอบครัวอำเภอให้ข้อมูลว่ามีการสนับสนุน แบบเป็นประจำอย่างเป็นระบบ ร้อยละ 60 และบางส่วน (ร้อยละ26 ) ยังสนับสนุนเป็นครั้งๆ ไม่ได้มอบหมายชัดเจน ในส่วนทีมหมอครอบครัวตำบลให้ความเห็นว่าได้รับการสนับสนุนในลักษณะแนวโน้มเหมือนกัน คือ ส่วนใหญ่มีความประจำต่อเนื่อง แต่ประมาณ 1ใน 3 ยังสนับสนุนเป็นครั้งคราว ซึ่งค่าตัวเลขที่สนับสนุนอย่างเป็นระบบมีค่าต่ำกว่าคำตอบจากระดับอำเภอ 

เมื่อพิจารณาเป็นรายเขตสุขภาพ พบว่าเขตที่มีสัดส่วนอำเภอสนับสนุนทีมตำบลเป็นครั้งๆ ยังไม่ต่อเนื่องมากที่สุด คือ เขต 5 (ร้อยละ42.9) รองลงมาคือ เขต 11 (ร้อยละ 41.7),  เขต 3 (ร้อยละ 30.8),เขต 12 (ร้อยละ 30) และเขต1 (ร้อยละ27.8) ตามลำดับ 

11. ประเด็นของการสนับสนุน ส่วนใหญ่เป็นการสนับสนุนให้คำปรึกษาในด้านบริการ รองลงมาเป็นด้านวิชาการ และการบริหารจัดการยาและเวชภัณฑ์ ส่วนการสนับสนุนด้านบุคลากรลงมาช่วยปฏิบัติการมีประมาณร้อยละ 52 

12. ความคิดเห็นและบทบาทของสาธารณสุขอำเภอในการจัดการทีมหมอครอบครัว 

สสอ.ส่วนใหญ่มีความคาดหวังต่อบทบาทFCT ในเชิงรูปแบบวิธีการทำงานที่ให้บริการตามอย่างองค์รวม ผสมผสาน ต่อเนื่อง รวมทั้งการส่งเสริมให้ประชาชนมีการพึ่งตนเองด้านสุขภาพได้อย่างเหมาะสม รองลงมาคาดหวังให้ FCTมีทีมสหวิชาชีพมาร่วมเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้การดูแลที่มีคุณภาพ ครอบคลุมมิติปัญหาและความต้องการ รวมทั้งคาดหวังให้มีการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่ายสุขภาพจากภาคส่วนต่างๆที่มีในพื้นที่ มีบางส่วนที่คาดหวังในลักษณะผลลัพธ์ต่อประชาชนที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ทั่วถึงมากขึ้น ครอบครัวชุมชนมีสุขภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 

บทบาทของสสอ.ในการพัฒนาFCT จากแบบสอบถามที่ได้รับ สะท้อนบทบาทสสอ.ในการพัฒนาFCT อย่างครอบคลุมทุกบทบาทการทำงานจำนวนอำเภอ 24 แห่งจาก72 แห่ง คิดเป็น ร้อยละ 33.3ทั้งที่เป็นบทบาทในการถ่ายทอดนโยบาย วางแผนการดำเนินงาน จัดระบบสนับสนุน พัฒนา FCTและติดตามกำกับ 

13. การรับรู้ และการตอบสนองต่อนโยบายทีมหมอครอบครัว โดยทีมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

พบว่าส่วนใหญ่(ร้อยละ 63.08) เจ้าหน้าที่รับผิดชอบในสสจ.มีการรับรู้ผ่านเวทีประกาศนโยบายโดยรัฐมนตรีวันที่ 22ธันวาคม 2557 เท่ากับการประชุมเขตบริการสุขภาพ 

สิ่งที่ระดับจังหวัดได้ดำเนินการแล้วประกอบด้วยการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจนโยบายFCT สำหรับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดจำนวน 47จังหวัด (ร้อยละ 78.3) โดยผู้ที่ได้รับรู้นโยบายครอบคลุมผู้บริหารรพช./ สสอ./ ผอ.รพ./ (เจ้าหน้าที่ระหว่างฝ่ายภายในสสจ.) ขณะที่บางส่วนของหน่วยบริการเช่นรพ.สต. รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องหรือประชาชนในชุมชนยังไม่ได้มีการชี้แจงหรือประกาศนโยบายในลักษณะต่างๆอย่างกว้างขวางมากนัก มีเพียง 11 จังหวัดเท่านั้น (ร้อยละ18.3) ที่ระบุว่ามีการดำเนินการประชาสัมพันธ์หรือให้ข้อมูลพร้อมสื่อ เช่น การ์ดสวัสดีปีใหม่ เป็นต้น 

และการสื่อสารภายใน  บางแห่งมีการพัฒนาระบบงาน เตรียมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรจำนวน 6 แห่ง  และมีการจัดระบบติดตามกำกับ 10 แห่ง 

14. ความคิดเห็นและข้อเสนอเพื่อให้ทีมหมอครอบครัวสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพได้มากขึ้น โดยสรุปจากความเห็นของทุกกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามมีดังต่อไปนี้

1) ประเด็นเชิงนโยบาย เจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องการให้เกิดความมั่นใจในทิศทาง ความต่อเนื่องของการดำเนินนโยบาย ทั้งยังเสนอให้มีการจัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์เพื่อการดำเนินการและกำกับติดตามเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง 

2) การกำหนดเป้าหมาย ทิศทาง และแนวทางที่ชัดเจน รวมทั้งการสนับสนุนให้เกิดระบบงานที่สอดคล้องกับทรัพยากรที่มีและบริบทของพื้นที่โดยที่มีกลไกระดับเขตบริการสุขภาพร่วมกับระดับจังหวัดและอำเภอเป็นกลไกการจัดการอย่างบูรณาการเพื่อให้ทีมหมอประจำครอบครัวเห็นกลยุทธ์และวิธีการทำงานในเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแต่ละระยะร่วมกัน

3) การบริหารจัดการเพื่อสนับสนุนในพื้นที่ ประกอบด้วย 

· พื้นที่ต้องการให้แก้ไขเรื่องการจัดการทรัพยากร โดยเฉพาะเรื่องกำลังคนซึ่งพื้นที่บางแห่งมีปัญหาเรื่องจำนวนและการกระจายบุคลากรวิชาชีพในบริบทของอำเภอ เช่น แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว หรือ แพทย์ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ปรึกษาทีมหมอครอบครัวในทุกระดับที่ทำงานร่วมกัน รวมทั้งทีมสหวิชาชีพอื่นจากโรงพยาบาล เนื่องจากในบริบทตำบลยังขาดแคลนบางวิชาชีพ เช่น พยาบาลวิชาชีพ นักกายภาพบำบัด นักโภชนาการ เป็นต้นรวมทั้งเรื่องการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของทีมงานด้วยการติดตามสนับสนุนวิชาการและองค์ความรู้ ทักษะด้านเวชศาสตร์ครอบครัวรวมทั้งกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สังเคราะห์ความรู้เพื่อการขยายผลในลักษณะต่างๆที่สอดคล้องกับความต้องการพื้นที่ เป็นประจำและต่อเนื่องตลอดระยะการพัฒนา

· พื้นที่ต้องการให้สนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาคนและจัดบริการเฉพาะ การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น รวมทั้งอุปกรณ์สื่อสารและยานพาหนะที่จำเป็นสำหรับทีมหมอครอบครัว โดยเฉพาะสะท้อนจากทีมหมอครอบครัวระดับตำบล 

· ระบบกำกับติดตาม รวมทั้งการประเมินผลความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์ที่สอดคล้องเหมาะสมทั้งจากส่วนกลาง และ ระดับจังหวัด ร่วมกับการให้คำแนะนำเพื่อการพัฒนา ไม่ใช่เพียงติดตามและประเมินผลเพื่อรายงานผลตัวเลขการดำเนินงานเท่านั้น เสนอให้ระบบกำกับติดตามเป็นการทำงานที่บูรณาการของหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งระดับเขต จังหวัดและอำเภอ รวมทั้งให้กระบวนการติดตามและประเมินผลเป็นไปอย่างชัดเจนตามเป้าหมายและแนวทางการดำเนินงานของทีมหมอครอบครัว รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างการเรียนรู้และสร้างแรงจูงใจในการทำงานของทีมหมอครอบครัวในทุกระดับด้วย

4) การทำให้ทีมหมอครอบครัวที่เกิดขึ้นในระดับตำบลและอำเภอเป็นวาระใหญ่ร่วมการขับเคลื่อนของประเทศ โดยให้มีการสื่อสารกับประชากรเป้าหมายหลักของพื้นที่ และให้เป็นที่รับรู้ของภาคีเครือข่ายทั้งองค์กรภาครัฐ ภาคประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนในภาคเอกชนเข้ามาร่วมกำหนดเป้าหมาย ร่วมสนับสนุนและร่วมกันทำงานอย่างบูรณาการ 

15. ข้อเสนอเพื่อการปฏิบัติการระดับจังหวัดและอำเภอ

1)  เร่งรัดการจัดโครงสร้างที่บูรณาการการทำงานในระดับจังหวัดเพื่อจัดทีมดูแลรับผิดชอบงานที่เกี่ยวข้องกับนโยบายหมอประจำครอบครัว โดยกำหนดให้มีทีมประจำรับผิดชอบงานพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ มีขอบเขตรับผิดชอบทั้งงานการพัฒนาเครือข่ายสุขภาพอำเภอ (DHS) การพัฒนาคุณภาพบริการปฐมภูมิ (PCA และDHS-PCA ) งานพัฒนาบุคลากร และอาจรวมทั้งงานบริการสุขภาพภาคประชาชนเพื่อบูรณาการเนื้องานและวิธีการทำงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการและสนับสนุนพื้นที่ดำเนินการ 

2)  กระตุ้นให้เกิดกลไกการบริหารเครือข่ายระบบสุขภาพอำเภอที่แท้จริง คือ กลไกที่สามารถวางแผน กลยุทธ์การทำงานเพื่อจัดระบบทีมหมอครอบครัวทุกระดับทำงานเชื่อมโยง ดำเนินการร่วมกัน และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบการดูแลที่มีชุมชนเป็นฐาน โดยการ

· สนับสนุนการทำงานตามแผนกลยุทธ์ของเครือข่ายบริการ และรับประกันผลงานการทำงานของทีมหมอครอบครัวในทุกระดับให้ได้ผลงานตามภารกิจและเป้าประสงค์ของเครือข่ายบริการ 

· สื่อสารข้อมูลให้แก่คณะกรรมการบริหารเครือข่ายสุขภาพอำเภอ/ กลไกบริหารเครือข่ายทีมหมอประจำครอบครัวในอำเภอซึ่งทำหน้าที่ควบคุมและกำกับ เพื่อตัดสินใจในการดำเนินการด้านการจัดสรรทรัพยากรและระบบสนับสนุน

· เป็นผู้นำและประสานงานภาคีทั้งเครือข่ายหน่วยบริการ แกนนำองค์กรชุมชน ท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดกระแสความร่วมมือ ความสำเร็จของงาน และความภาคภูมิใจของผู้เกี่ยวข้อง 

3)  เร่งรัดการจัดการเพื่อสนับสนุนกำลังคน และกำกับติดตามประเมินผลการดำเนินงานของทีมหมอครอบครัวจากสาธารณสุขจังหวัด  โดยให้ระดับจังหวัดหรืออำเภอทบทวนสถานการณ์กำลังคนในระบบเครือข่ายบริการปฐมภูมิและพิจารณาเรื่องการจัดสรร หรือเกลี่ยการกระจาย หรือเพิ่มบุคลากรตามแผนการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิโดยจ้างงานบุคลากรด้านสาธารณสุขรูปแบบใหม่ในกลุ่มที่สามารถผลิตร่วมกับสถาบันการศึกษาในพื้นที่ และ/หรือจ้างงานโดยท้องถิ่นแต่ทำงานร่วมกับสถานบริการของรัฐ โดยเฉพาะในกลุ่มนักกายภาพบำบัดชุมชน พยาบาลวิชาชีพ นักจิตวิทยาคลินิก รวมทั้งเภสัชกรปฐมภูมิเพื่อสามารถหนุนเสริมบทบาทการทำงานของ FCTตำบลและชุมชนได้ชัดเจน ครอบคลุมมากขึ้น

4)  ส่งเสริมการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การจัดเวทีการนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพเป็นประจำต่อเนื่อง สามารถเป็นทั้งส่วนหนึ่งของการติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาที่สร้างสรรค์ สร้างการเรียนรู้ต่อยอดความงอกงามของการพัฒนา และ สามารถสร้างขวัญและกำลังใจทั้งสำหรับทีมบริหารเครือข่ายสุขภาพอำเภอและทีมหมอครอบครัวในทุกระดับ 

16. ข้อเสนอต่อหน่วยงานในส่วนกลาง  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนกลางควรต้องมีบทบาทการทำงานที่ชัดเจนต่อการสนับสนุนการดำเนินนโยบาย ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนการบูรณาการนโยบายและเนื้อหาการทำงาน รวมทั้งพัฒนาศักยภาพ องค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการทำงานของทีมหมอประจำครอบครัวทั้งในระดับอำเภอ ตำบลและชุมชน

 สำนักบริหารการสาธารณสุข(สบรส.) 

· ประสานนโยบายและสนับสนุนระบบการกำกับติดตามประเมินผล รวมทั้งบูรณาการนโยบายที่เกี่ยวข้อง 

· จัดการสนับสนุนองค์กรที่ทำหน้าที่บริหารจัดการทั้งระดับจังหวัด(สสจ.) ระดับอำเภอ(สสอ.) ทั้งนี้เชื่อมโยงกับการดำเนินงานของสำนักงานเขตบริการสุขภาพ ภายใต้การสื่อสารและดำเนินนโยบายร่วมกับผู้ตรวจราชการและสาธารณสุขนิเทศก์ระดับเขต

· วางแผนทิศทางการสนับสนุนการติดตามกำกับการจัดการทรัพยากร และการจัดระบบบริการสุขภาพที่เชื่อมโยงของเครือข่ายระบบสุขภาพอำเภอและหน่วยบริการปฐมภูมิในพื้นที่ เพื่อให้ทีมหมอประจำครอบครัวสามารถทำหน้าที่ได้เต็มประสิทธิภาพ รวมทั้งการทำงานเพื่อสนับสนุนภาคประชาชนในการจัดการสุขภาพด้วยระบบการทำงานของอสม.ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของบทบาททีมหมอประจำครอบครัวในระดับชุมชน

 สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข(สวรส.)  

· สนับสนุนงบประมาณเพื่อการดำเนินงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการดำเนินงานรวมทั้งการติดตามประเมินผลความก้าวหน้าของนโยบายหมอประจำครอบครัว รวมทั้งการจัดการสังเคราะห์ความรู้หรือสร้างความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้นจากการทำงานของทีมหมอประจำครอบครัวในแต่ละมิติ เช่น การบริหารจัดการองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุน บทบาทหรือวิธีดำเนินงานของทีม ผลงานที่เกิดขึ้นจากการดูแลของทีมหมอประจำครอบครัว งบประมาณหรือการลงทุนที่ใช้เพื่อสร้างทีมดูแลให้เกิดคุณภาพและความครอบคลุมของกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลแบบประคับประคองในแต่ละระดับ เป็นต้น

สถาบันพระบรมราชชนก(สบช) และ สำนักงานโครงการผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท (สบพช) ร่วมกับองค์กรวิชาชีพ 

· ประสานกรมกองวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตบุคลากรและพัฒนาองค์ความรู้ที่สอดคล้องกับบทบาทของทีมหมอประจำครอบครัว โดยให้องค์กรวิชาชีพต่างๆได้ร่วมกันพัฒนาระบบการดูแลติดตามสนับสนุนวิชาการเพื่อการทำงานในมิติต่างๆ ตลอดจนร่วมกำกับติดตามสถานการณ์การกระจายทรัพยากรและลักษณะทำงานของทีมที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งในแต่ละสาขาวิชาชีพและฐานทีมสหวิชาชีพร่วมกันในบริบทของอำเภอเป็นฐานการพัฒนา 

· ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำชุดองค์ความรู้สำคัญที่สอดคล้องกับการทำงานของแพทย์เวชปฏิบัติครอบครัว/ แพทย์ที่รับผิดชอบงาน FCT ระดับอำเภอ รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดระบบที่เอื้อต่อการทำงานของแพทย์ในฐานะที่เป็นผู้นำทีมของหมอครอบครัว โดยให้มีสมรรถนะทั้งในด้านการบริหารจัดการเครือข่ายปฐมภูมิและการบริการที่สอดคล้องกับบริบทกลุ่มเป้าหมายหลักและบริบทชุมชนที่ปฏิบัติงาน 

· วางแผนการจัดทำเครือข่ายสถาบันการศึกษาเพื่อศึกษาความจำเป็นต้องการของจำนวนบุคลากรในระดับเขตพื้นที่ รวมทั้งวางแผนการสนับสนุนวิชาการและพัฒนาสมรรถนะเฉพาะด้านที่จำเป็นแก่บุคลากรสาธารณสุขในด้านการบริการและบริหารจัดการอย่างเป็นระบบในระดับเขตพื้นที่และจังหวัดเพื่อสามารถหนุนเสริมการดำเนินการของนโยบายทีมหมอครอบครัวอย่างครอบคลุมและใกล้ชิดพื้นที่ทั้งยังสามารถเป็นกลไกสนับสนุนกับมาตรการการสนับสนุนการดำเนินงานจากส่วนกลางได้ด้วย


อ่าน 485 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting



หน้าแรก | เกี่ยวกับองค์กร | เอกสารเผยแพร่ | สื่อเผยแพร่ | ฐานข้อมูลสุขภาพชุมชน | sitemap