ผลึกกำลัง 5 ส. เสริมพลังสร้างระบบสุขภาพที่เข็ มแข็ง พึ่งตนเองได้

 

ผลึกกำลัง 5 ส. เสริมพลังสร้างระบบสุขภาพชุมชนที่เข้มแข็ง พึ่งตนเองได้

พญ.สุพัตรา ศรีวณิชชากร

ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล                    

ประเทศไทยมีองค์กรสุขภาพหลายองค์กรที่ดำเนินการต่างๆ ในการพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน เช่น   สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีนโยบายชัดเจนในการสร้างความเข้มแข็งของหน่วยบริการปฐมภูมิโดยการใช้กลไกทางการเงินการคลังตลอดจนการสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนสุขภาพตำบลในชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส) ทำงานกับองค์กรต่างๆ ในชุมชน ทั้ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น   สถาบันการศึกษา สถาบันวิชาการในท้องถิ่น    องค์กรเอกชน และอื่นๆ ในการสร้างความเข้มแข็งของแกนนำสำคัญในชุมชนอย่างน้อยประมาณ 300 ตำบลทั่วทั้งประเทศ  สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช) ได้เสริมพลังอำนาจชุมชนในการพัฒนาธรรมนูญสุขภาพระดับพื้นที่ และแผนแม่บทชุมชนโดยการใช้กลไกสมัชชาสุขภาพพื้นที่เป็นเครื่องมือสำคัญ     นอกจากนี้ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส) ร่วมกับ สพช.ได้ร่วมกันพัฒนาแผนงานวิจัยเพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุขเองโดยการสนับสนุนของรัฐบาลปัจจุบันก็มีนโยบายในการพัฒนายกระดับสถานีอนามัยทั้งประเทศเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และดำเนินงานตำบลจัดการสุขภาพ และตำบลสุขภาพดีวิถีไทย  

การดำเนินงานเหล่านี้ได้รับการยอมรับว่า มีกลไกการประสานอย่างไม่เป็นทางการระหว่างองค์กรสุขภาพ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน อย่างไรก็ดีการดำเนินงานดังกล่าวนี้ให้บรรลุเป้าหมายสุดท้ายของการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนระดับตำบลในด้านสุขภาพได้นั้น     จำเป็นต้องสนใจในเรื่องความเชื่อมโยงกันให้เกิดการเสริมพลังกันระหว่างองค์กรสุขภาพเหล่านี้   เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ปรารถนา    โดยใช้จุดแข็งและความเชี่ยวชาญของแต่ละองค์กร ที่ผ่านมาองค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (SEARO)  ได้จัดตั้ง South-East Asia Primary Health Care Innovation Network (SEAPIN) โดยมุ่งหวังให้สนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งของระบบสุขภาพในภูมิภาค โดยใช้แนวทางสาธารณสุขมูลฐาน สำหรับประเทศไทยได้รับเลือกให้ ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของ SEAPIN คือ Thai Institute for PHC Innovation (THAIPIN) ในระยะเวลา  3 ปี เหล่านี้ล้วนเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของผู้ที่ทำการผลักดันแนวทางสาธารณสุขมูลฐานในภูมิภาค ผลผลิตและผลลัพธ์ของความร่วมมือพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนนี้นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยแล้ว     ยังเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบสุขภาพในภูมิภาคด้วย  

ด้วยเหตุนี้ หน่วยงานด้านสุขภาพทั้ง 6 องค์กรจึงร่วมกันกำหนดประเด็นการพัฒนาระบบสุขภาพในมิติ “สุขภาวะ” และพัฒนาเป็น แผนงานพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน ที่ทั้ง 6 องค์กรร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมลงทุน โดยมีระยะเวลาดำเนินงาน 5 ปี (2554-2558) มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อให้เกิดการประสานความร่วมมือกันขององค์กรสุขภาพ (5 ส.) ในการศึกษา/ส่งเสริม/สนับสนุนให้เกิดความเข้มแข็งด้านสุขภาพของชุมชนในระดับตำบล รวมทั้งใช้องค์ความรู้และชุดประสบการณ์จากการดำเนินงานนี้ขยายผลการพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีสำนักงานวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน (สพช.) เป็นหน่วยประสานงานกลาง และมีคณะกรรมการกำกับดูแลการทำงานรวม 2 คณะ     

แผนงานพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนมี 4 ยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานของ ประกอบด้วย 1. การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบสามารถตอบสนองต่อปัญหาของพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. วิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ และชุดประสบการณ์ที่เกิดจากการปฏิบัติจริงในแต่ละพื้นที่ และการสังเคราะห์ทางวิชาการเพื่อการเรียนรู้ในระดับต่างๆ และขยายผลในระดับนโยบาย 3. พัฒนานโยบายเพื่อให้เกิดนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ อันเกิดจากการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์และการขับเคลื่อนสังคม  และ 4. ขยายเครือข่ายเพื่อให้เกิดการรวมตัวของพื้นที่ตำบลในลักษณะเครือข่ายการเรียนรู้ และสร้างกระบวนการในการเกิดการขยายเครือข่าย เพื่อให้เกิดค่านิยมสุขภาวะชุมชน คือเป้าหมายและคุณค่าของการพัฒนา

สำหรับวิธีปฏิบัติงาน ด้วยความคิดพื้นฐานที่ว่าทุกที่มีต้นทุนอยู่แล้ว การทำงานจึงเน้นสร้างและเสริมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยจะทำงานจากชุดข้อมูลสุขภาพของชุมชนจากพื้นที่จริง โดยใช้คนทำงานจริงเป็นคนต้นแบบ อาทิ ผู้นำองค์กร กลุ่มแกนนำ กลุ่มชมรมต่างๆ กลุ่มอาสาสมัคร โดยใช้การพูดคุย เวทีประชาคมหมู่บ้าน หอกระจายข่าว วิทยุชุมชน ซึ่งผลลัพธ์ที่เราต้องการในการพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน คือชุมชนจะต้องเข้มแข็ง เกิดระบบในการดูแลผู้สูงอายุ ระบบในการดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง ระบบของการดูแลฉุกเฉิน และอุบัติเหตุ พร้อมทั้งเกิดระบบเฝ้าระวังโรคและภาวะทางสังคม รวมถึงการสร้างระบบในการดูแลผู้ด้อยโอกาส ระบบสวัสดิการชุมชน การจัดการทรัพยากรชุมชนและสถาบันการเงินชุมชน

โดยพื้นที่ต้นแบบที่ สพช. และภาคีเครือข่ายได้เข้าไปร่วมสร้างกระบวนการในการพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนให้เข้มแข็งนั้นกระจายไปทุกภูมิภาค อาทิ ภาคเหนือที่ ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ภาคตะวันออก ที่ อ.นายายอาม จ.จันทบุรี  ภาคใต้ ต.ควนรู อ.รัตภูมิ จ.สงขลา และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือพื้นที่ ต.โคกสี จ.กาฬสินธุ์ และ ต.เมืองแก อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์  โดยพื้นที่เหล่านี้คือพื้นที่ตำบลพี่เลี้ยง ซึ่งหวังว่าการต้นทุนของแต่ละพื้นที่จะกลายเป็นฐานความรู้ และกระจายการพัฒนาระบบสุขภาพสู่ชุมชนอื่นๆ ต่อไป โดยเบื้องต้นได้ตั้งเป้าหมายว่าภายใน 3 ปี จะมี 600 ตำบลที่ประชาชนอยู่ดีมีสุข พึ่งตนเองได้ ไม่มีหนี้นอกระบบชุมชนจัดการสุขภาพตนเองได้ ดูแลกันเองได้ มีศักดิ์ศรี มีข้อตกลงร่วมกัน มีภาพอนาคตร่วมกัน และมีข้อมูลที่รู้เท่าทัน พร้อมทั้งเกิดการจัดการทรัพยากรภายใน เกิดการจัดการความรู้ ต่อรองกับกลไกภายนอก รวมถึงเกิดการรวมตัว รวมกลุ่ม ร่วมกับเครือข่ายอื่นๆ พร้อมกันนี้ประชาชนมีความรู้ ความสามารถดูแลตนเองได้ เลือกใช้บริการที่เหมาะสม บริหารการกินเพียงพอ คิดเป็นทำเป็น มีส่วนร่วม และมีบทบาทในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง


อ่าน 2431 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting



ร่วมแสดงความคิดเห็น

หน้าแรก | เกี่ยวกับองค์กร | เอกสารเผยแพร่ | สื่อเผยแพร่ | ฐานข้อมูลสุขภาพชุมชน | sitemap