จดหมายข่าว "เล่าสู่กันฟัง" #5

 

จดหมายข่าว - มสพช. “เล่าสู่กันฟัง” #5


DHS – สวรรคโลก

          อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัยดำเนินการพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพจิตชุมชนสู่การดูแลอย่างมีส่วนร่วมทุกภาคส่วนเนื่องจากประชาชนในพื้นที่ยังมีภาวะซึมเศร้า มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าเกณฑ์      (ไม่เกิน 6.5ต่อประชากรแสนคน)  และการคัดกรองยังไม่ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย การดำเนินงานครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มวัย ในอำเภอสวรรคโลกทั้ง 14 ตำบล บูรณาการทั้งคน เงิน ของ งบประมาณจากสสจ. สุโขทัย กองทุนตำบล สปสช.และสพช.

                วัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยได้รับการดูแลสุขภาพจิตทั้งในสถานบริการและในชุมชนเกิดเครือข่ายในการดูแลสุขภาพจิตในแต่ละกลุ่มวัยมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างการเรียนรู้ร่วมกัน

                การดำเนินงาน มีการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับอำเภอในด้านการดูแลสุขภาพจิต ซึ่งนายอำเภอเป็นผู้แต่งตั้ง โดยบูรณการทีม MCATT (Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team)ในการขับเคลื่อนร่วมกัน ทำให้เห็นภาพของการดูแลร่วมกันและภาพของความสำเร็จในการร่วมมือกันชัดขึ้น  เห็นช่องทางในการช่วยเหลือที่สามารถประยุกต์สู่การดูแลในกลุ่มอื่นๆมีการดูแลสุขภาพจิตของประชาชนทุกกลุ่มวัย โดยการมีส่วนร่วมของภาคีชุมชน มีการจัดเวทีสะท้อนข้อมูลระดับตำบล รับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการดูแลเฝ้าระวังภาวะสุขภาพจิตป้องกัน และปัญหาสุขภาพจิตวิกฤติในชุมชน สร้างทีม "ตาสับปะรด" ในการเฝ้าระวัง แจ้งข่าว คัดกรองเบื้องต้น และส่งต่อข้อมูลชุมชน จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง กระตุ้นให้ชุมชนรับทราบช่องทางการเข้าถึงบริการ จัดทำสปอตประชาสัมพันธ์ มีการประชาสัมพันธ์การเข้าถึงบริการที่วัด และผ่านสื่อต่างๆ เช่น วิทยุชุมชน หอกระจายข่าว เพื่อเข้าสู่ระบบการดูแลเร็วขึ้น 

          ประชาชนทุกกลุ่มวัยได้รับการดูแลด้านสุขภาพจิต และบริการคัดกรองภาวะสุขภาพจิตในคลินิกบริการต่างๆ ผลการดำเนินงานเกือบปี อัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จลดลง (5.81 ต่อประชากรแสนคน)การมีส่วนร่วมในทุกจุดบริการทั้งในโรงพยาบาล รพ.สต. มีความเข้าใจมากขึ้น เข้าใจถึงความสำคัญในการคัดกรองแบบบูรณาการ ทำให้ครอบคลุมในการคัดกรอง  และสามารถค้นพบผู้ป่วยเข้าสู่ระบบได้เร็วขึ้น ชุมชนมีการรายงานcase เข้าสู่ระบบการดูแล อาทิ รายกรณีเด็กที่มีปัญหาด้านพฤติกรรมและเชาว์ปัญญานักจิตวิทยาถ่ายทอดความรู้และพัฒนาศักยภาพด้านการประเมินกลุ่มเป้าหมายในชุมชน  ทั้งในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและในโรงเรียน ส่วนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีการอบรมความรู้เป็นที่ปรึกษาให้กับครูพี่เลี้ยงศูนย์เด็กเล็กและเครือข่ายครูและผู้ปกครองในโรงเรียนเสริมศักยภาพครูพี่เลี้ยงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ทั้ง 30 ศูนย์ ให้เข้าใจแนวทางการดำเนินงาน  เพื่อเป็นเครือข่ายการคัดกรอง เฝ้าระวังปัญหาสุขภาพจิตในกลุ่มเด็กเล็กก่อนวัยเรียน เรื่องพัฒนาการเด็ก การเรียนรู้ ช่องทางในการประสานงาน การแจ้งข่าว ดักจับความผิดปกติของพัฒนาการเด็ก ด้วยเครื่องมือคัดกรอง อนามัย 55  เป็นที่ปรึกษาและนิเทศการประเมินเด็กเบื้องต้นในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของชุมชนและโรงเรียนที่เข้าร่วม เพื่อการคัดกรอง ส่งต่อในระบบการดูแลส่วนโรงเรียนนำร่องOHOS     มีการเฝ้าระวัง สังเกตและรายงานผู้ป่วยเข้าสู่ระบบ หรือขอคำปรึกษา มีการอบรมความรู้เป็นที่ปรึกษาให้กับกลุ่มเครือข่ายครูและผู้ปกครองในโรงเรียนนำร่อง3 โรงเรียน เสริมศักยภาพและสร้างเครือข่ายคุณครูประจำชั้น ป.1 – ป.3 และคุณครูการศึกษาพิเศษ นำร่อง 4 โรงเรียน (โรงเรียนวัดปากน้ำ  โรงเรียนบ้านดงไทยวิทยา  โรงเรียนบ้านป่ากุมเกาะ โรงเรียนอนุบาลสวรรคโลก)โดยใช้เครื่องมือการคัดกรองเด็กนักเรียน ด้านการเรียนรู้ พฤติกรรม   ช่องทางในการประสานงานกับนักจิตวิทยา พูดคุยซักถาม เป็นที่ปรึกษาและติดตามเยี่ยม รับฟังปัญหาในการประเมินเด็กเบื้องต้นให้กับโรงเรียนที่เข้าร่วมเพื่อการคัดกรอง ส่งต่อในระบบการดูแลช่วยเหลือ เปิดพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้กับโรงเรียน เพื่อนำเสนอ ถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับโรงเรียนทุกตำบลของอำเภอสวรรคโลก โดยมีการนำเสนอในรูปแบบต่างๆ เช่น เสวนาค้นหาสิ่งดีๆของแต่ละโรงเรียน จัดนิทรรศการ เพื่อให้เห็นความเป็นรูปธรรมสู่การขยายผลและขับเคลื่อนในลักษณะเครือข่ายการเรียนรู้  

                หน่วยบริการทั้งปฐมภูมิและทุติยภูมิเข้าใจถึงความสำคัญของการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตที่ครอบคลุมมีการประชุม ชี้แจงและประชาสัมพันธ์ให้ทุกจุดบริการเข้าใจ ตระหนักถึงความสำคัญของการคัด

กรอง ตรวจจับความผิดปกติทางสุขภาพจิต และขอความร่วมมือทุกจุดบริการให้มีการคัดกรองภาวะซึมเศร้า เพื่อเฝ้าระวังดักจับ ประเมิน ส่งต่อการรักษา เช่น OPD  IPD และทุกคลินิกบริการ ในสถานบริการปฐมภูมิ เป็นต้นศึกษาดูงานพื้นที่งานสุขภาพจิตชุมชนอย่างมีส่วนร่วมของชุมชน ของเครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน เพื่อต่อยอดการดำเนินงานและพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพจิต ประชุมถอดบทเรียนจากการศึกษาดูงาน เพื่อให้ได้ประเด็นในการขับเคลื่อนและแผนการดำเนินงานมีการกำหนดแผนการขับเคลื่อนสุขภาพจิตชุมชนในรูปแบบของระบบสุขภาพตำบลเรื่องการพัฒนาทีมระบบสุขภาพตำบลให้เข้มแข็ง      การจัดการสุราในชุมชน การส่งเสริมการดูแลผู้สูงอายุทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ซึ่งโครงการต่างๆ ใช้รูปแบบการดำเนินงานระบบสุขภาพตำบล เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในระดับตำบล

                แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างคุณค่าร่วมกันและสร้างการเรียนรู้ใหม่ซึ่งกันและกันในเครือข่ายมีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานดูแลผู้ป่วยสุขภาพจิตและมอบประกาศนียบัตรตำบลจัดการภาวะสุขภาพจิต เพื่อเป็นการสร้างคุณค่า ชื่นชมผลสำเร็จในการดำเนินงานสุขภาพจิตชุมชนให้แก่เครือข่ายสุขภาพจิตระดับตำบล

                ผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนการดูแลสุขภาพจิตชุมชนอย่างมีส่วนร่วม การสะท้อนข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อน การประสานงาน และทำให้เกิดการขับเคลื่อนที่ชัดเจน  เห็นความก้าวหน้าหลังการดำเนินกิจกรรม  ทั้งในส่วนของชุมชน ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับกิจกรรมการดูแลนั้น รวมถึงการสะท้อนถึงผลลัพธ์ที่ดีขึ้นกับผู้ป่วยและชุมชน  จากการดำเนินงานที่เริ่มตั้งแต่การสะท้อนข้อมูลสุขภาพจิตให้กับทุกพื้นที่  ทำให้ชุมชนได้รับทราบข้อมูลและเกิดการตื่นตัว ตระหนักในปัญหาสุขภาพจิตที่ส่งผลกับคนในชุมชนตนเอง  ไม่ว่าจะเป็นโรคทางจิตเวช การฆ่าตัวตายหรือผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า  สามารถวิเคราะห์และค้นหาแนวทางในการจัดการชุมชนด้วยตนเองและเป็นเครือข่ายในการเฝ้าระวังสุขภาพจิตในชุมชนด้วย หลังจากลงทำกิจกรรม ทำให้เกิดการประสานด้านการเฝ้าระวังในชุมชนในกลุ่มที่มีปัญหาสุขภาพจิตเข้าสู่ระบบการดูแล อาทิ ในเด็กที่อยู่ในครอบครัวเปราะบางด้านสุขภาพจิต การเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์และอาจทำให้เกิดอันตรายต่อชุมชน เป็นต้น  การสะท้อนข้อมูลก็ยังเป็นส่วนที่ทำให้เกิดการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการสนับสนุนงบประมาณ ในการขับเคลื่อนชุมชนตาสับปะรดด้านสุขภาพจิต ซึ่งในส่วนนี้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลจะมีบทบาทในการเขียนโครงการ  นอกจากนี้การดำเนินกิจกรรมที่จัดการในชุมชน เมื่อได้มีการนำเสนอความก้าวหน้าของการดำเนินการตามที่วางแผน สะท้อนเห็นผลลัพธ์ ความก้าวหน้าที่ดีขึ้น  ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของชุมชนและหน่วยงานต่างๆรับทราบข้อมูล รับทราบผลสำเร็จของการดำเนินงาน การให้ความร่วมมือและประสานงานร่วมกัน  จึงทำให้เกิดคุณค่าในการทำงาน เพื่อตอบสนองกลุ่มเป้าหมายในชุมชนและมองเห็นความสำเร็จที่อาจจะเกิดกับกลุ่มอื่นๆในชุมชนร่วมกันอีก

               การสร้างเครือข่ายเป็นหัวใจของความสำเร็จ  การทำงานเพื่อให้เกิดความครอบคลุมในกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นการทำงานที่ไม่แยกส่วน ร่วมทำกันไปในบทบาทของแต่ละส่วน พร้อมมายึดโยงกันในรูปแบบของเครือข่าย สานเป็นร่างแหในการดำเนินการร่วมกัน ก็จะทำให้เกิดความสำเร็จในการทำงาน เกิดเครือข่าย สามารถเชื่อมโยงต่อเนื่อง  เกิดสัมพันธภาพในการดำเนินงานร่วมกันในระดับอำเภอ  ระดับตำบล ระดับหมู่บ้าน  มีหัวใจในการมองงาน มองความสำเร็จที่เกิดจากการวางแผนในระดับเครือข่ายทุกระดับแบบระบบสุขภาพชุมชน  สามารถนำมาประยุกต์ในการจัดการด้านสุขภาพอื่นได้

                การสร้างคุณค่าซึ่งกันและกันในทุกระดับเป็นปัจจัยสำคัญของการทำงานในระดับเครือข่าย  การดูแลสุขภาพถือเป็นการดูแลที่ต้องใช้เครือข่าย จึงจะเกิดความครอบคลุมในการดูแล  และการทำงานร่วมกันจะทำให้เราเห็นคุณค่าของงานที่ทำ เห็นคุณค่าของคนทำงาน ประสานงานร่วมกัน การเชิดชูกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำสิ่งที่มีคุณค่าใช้ประโยชน์ เพื่อการเชิดชูกัน เห็นประโยชน์จากสิ่งที่ทำที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อชุมชน ครอบครัวและสังคม

                การสื่อสารที่ครอบคลุมเป็นประโยชน์ต่อชุมชน ข้อมูลที่ถูกสื่อสารอย่างครอบคลุมทุกช่องทาง      ทำให้เกิดประโยชน์กับชุมชน  เช่น การสื่อสารข้อมูลในการคัดกรองและประเมินตนเองด้านสุขภาพจิต  เพื่อให้เกิดการเข้าถึงบริการได้เร็วขึ้น ทุกช่องทางในการสื่อสารทำให้เห็นการมีส่วนร่วมในการสื่อสารข้อมูล เช่น จิตอาสาวิทยุชุมชน  การสื่อสารผ่านบ้าน (ผู้นำชุมชน)  วัด  โรงเรียน เป็นต้น  จะทำให้เกิดความครอบคลุมยิ่งขึ้น

 

ขอขอบคุณ คุณศศิธร อุตสาหกิจ และเครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย


การสานพลังภาคีเครือข่าย เพื่อลดเสี่ยง ลดโรค

(NCD Forum 2015(มหกรรมสุขภาพโรคไม่ติดต่อ) “บูรณาการ  สานพลัง  ลดเสี่ยง  ลดภาวะแทรกซ้อน” วันที่ 10-11 สิงหาคม 2558  ณ  อิมแพค  เมืองทองธานี)

 

               เวทีห้องย่อย“การสานพลังภาคีเครือข่าย     เพื่อลดเสี่ยง ลดโรค”เสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์   การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการทำงาน            เพื่อลดเสี่ยง ลดโรค ในโรงเรียน สถานประกอบการ และกรณีตัวอย่างที่ทำได้จริง ดำเนินรายการโดย แพทย์หญิงสุพัตรา ศรีวณิชชากร นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ กระทรวงสาธารณสุข

 

                คุณบุญยืน  ศิริธรรม ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภคอดีต สว.สมุทรสงคราม และนักขับเคลื่อนกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ทำงานด้านสุขภาพตั้งแต่ปี พ.. 2524กล่าวว่า การทำงานให้สำเร็จต้อง         “สานพลัง”ร่วมกับพื้นที่ เริ่มตั้งแต่ ครอบครัว ชุมชน รพ.สต.อปท. โรงเรียน โรงงาน บริษัท ภาคเอกชน NGOฯลฯ

                การสร้างเสริมสุขภาพดำเนินงานตั้งแต่ระดับปลายน้ำ กลางน้ำ สู่ต้นน้ำระดับปลายน้ำเป็นการทำงานด้านวิธีคิดและส่งเสริมให้ประชาชนในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังให้ดูแลสุขภาพของตนเองทำอย่างไรถึงจะไม่ป่วยมากขึ้นไปกว่าเดิมตัวอย่างโครงการ “สงครามคนสู้โรคชุมชนต้นแบบในการจัดการสุขภาพตนเองฯ” เริ่มจากรายการยอดฮิต “กิ๊กดู่สงครามเพลง” ทำไมคนที่เป็นโรค ทำสงครามไม่ได้จึงทำให้เกิดการทำงานนี้ โดยสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ ได้แก่ ชุมชน อปท.รพ.สต. มีการสร้างแรงจูงใจให้คนลุกขึ้นมาต่อสู้กับโรคที่เป็นอยู่และติดตามประเมินผล 

                ระดับกลางน้ำ เป็นการทำงานด้านวิธีคิดและส่งเสริมให้ประชาชนในกลุ่มประชาชนทั่วไปในการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค โดยทำชุมชนต้นแบบฯเช่น การพัฒนาชุมชนต้นแบบให้สู่การเป็นชุมชนจัดการสุขภาพตนเองโดยสร้างการมีส่วนร่วมในการสร้างเสริมสุขภาพของชุมชน โดยเริ่มตั้งแต่ ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมพัฒนาระบบในพื้นที่ชุมชน จนกระทั่งเกิดเป็นธรรมนูญสุขภาพคุยกับประชาชนว่าเรื่องสุขภาพเป็นของประชาชน ผลักดันให้มีการเขียนแผนงานโครงการของบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลการขับเคลื่อนต้องอาศัยผู้บริหารท้องถิ่น (นายกอบต.) รพ.สต. ชุมชน

                ระดับต้นน้ำเป็นการทำงานด้านวิธีคิดและส่งเสริมให้กลุ่มเด็กและเยาวชนในการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค โดยทำให้เด็กฉุกคิดก่อนที่เอาอะไรใส่ปากด้วยฉลากเขียวเหลืองแดงเช่น มีการศึกษาพฤติกรรมการบริโภคของนักเรียนในโรงเรียนจังหวัดสมุทรสงคราม การสำรวจปริมาณการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคขนมขบเคี้ยวของนักเรียนในโรงเรียน

                การทำงานของสหพันธ์องค์กรผู้บริโภคทำงานร่วมกับ สปสช.และเครือข่ายระดับจังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพภาคประชาชน และศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคจังหวัด โดยมีการวางเป้าหมายร่วมกันก้าวต่อไปของการดำเนินงานคือ ทำให้เกิดธรรมนูญสุขภาพ และลดการโฆษณาเกินจริง

                                การทำงานโครงการต่างๆ เกิดจากความต้องการในการแก้ไขปัญหา เช่น

•                   สงครามคนสู้โรคชุมชนต้นแบบในการจัดการสุขภาพตนเอง อย่างมีส่วนร่วม 8จังหวัด

•                   เพชรบุรีโมเดลในการจัดการปัญหาการโฆษณาอาหารเพื่อสุขภาพเกินจริง

•                   เกษตรปลอดสารอาหารปลอดสารพิษ (นครปฐม)

•                   คนสุพรรณฉันไม่อ้วน

•                   ครอบครัว “ตัวดี” (กาญจนบุรี)

•                   ฉลากขนมเด็ก ที่เด็กเข้าใจ

•                   ชุมชนต้นแบบในการจัดการสุขภาพตนเอง อย่างมีส่วนร่วม 8จังหวัด

 

                สิ่งที่อยากเห็นคือ กระทรวงสาธารณสุขมีงานวิจัยที่สามารถใช้เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาความขัดแย้งและควบคุมโรคได้มากขึ้น เช่น อันตรายจากการบริโภคหวาน(นำไปสู่โรคเรื้อรังมากมาย) อันตรายจากการตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์ อันตรายจากการเผาถ่านหิน อันตรายจากแร่ใยหิน และอุตสาหกรรมอื่นๆ เป็นต้น

                 นายชวิศ  จิตปุณยพงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนดอนพุดวิทยา อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี

                จุดเริ่ม โรงเรียนดอนพุดวิทยาเป็นหนึ่งในโรงเรียนคุณธรรมตามโครงการมูลนิธิยุวสถิรคุณซึ่งมีนายแพทย์เกษม วัฒนชัยประธานกรรมการมูลนิธิยุวสถิรคุณนายปราโมทย์ โชติมงคล ผู้อำนวยการศูนย์โรงเรียนคุณธรรม ดำเนินงานโครงการ “คุณธรรมทุกพื้นที่ ความดีทั้งโรงเรียน” เพื่อให้เด็กมีสุขภาพ        กายและใจที่ดี

โรงเรียนมีนโยบายเครือข่ายชมรมเด็กไทยไม่กินหวานในโรงเรียนโดยส่งเสริมพัฒนาให้ผู้เรียนรักสุขภาพ ดูแลและพัฒนาตนเองไม่จำหน่ายน้ำอัดลม นมเปรี้ยว ขนมกรุบกรอบในโรงเรียนงดกินหวานทุกวันอังคาร (No Sugar Day)มีการทำMOU ร่วมกับโรงพยาบาลดอนพุด และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอดอนพุดโรงเรียนประถมศึกษาในอำเภอทั้งหมด

               โรงเรียนมีโครงการ “เด็กคิด เด็กทำ เด็กนำเสนอ” โดยให้นักเรียนทั้งโรงเรียนคิดโครงงานเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ และทักษะชีวิต โดยมีรุ่นพี่เป็นแกนนำ เช่น หน้าใส ไร้สาร ปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ พุงสวยด้วย exerciseรักน้องต้องป้องกัน ผูกสัมพันธ์ให้สมวัย โครงการแยกขยะในโรงเรียน โดยนำขยะไป recycle หรือขายเพื่อลดขยะในโรงเรียน

                โรงเรียนมีนโยบายส่งเสริมให้นักเรียนมีช้อนรับประทานอาหารและแก้วน้ำส่วนตัวนักเรียนแปรงฟันหลังอาหารกลางวัน ตลอดจนส่งเสริม และสนับสนุน กิจกรรมการดูแลสุขภาพกายและทันตสุขภาพจากโรงเรียนสู่ชมชนอย่างต่อเนื่อง

                การดำเนินงาน เริ่มต้นที่ครู ผู้บริหาร และเครือข่ายผู้ปกครอง เช่น ครูมาโรงเรียนเช้าขึ้นและนำอาหารมารับประทานที่โรงเรียน รับประทานอาหารร่วมกับเด็ก มีวิทยากรมาให้ความรู้เรื่องการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและร่วมวางแผนการดำเนินงานร่วมกับนักเรียนแกนนำอบรมแกนนำ เรื่อง ฟัน สุขภาพช่องปากเน้นระบบพี่ดูแลน้องโดยการตรวจสุขภาพช่องปาก สำหรับอาหาร เน้นให้นักเรียนรับประทานข้าวแกงมากกว่าอาหารชนิดอื่นที่ต้องเติมเครื่องปรุงเพิ่มเน้นให้นักเรียนดื่มน้ำเปล่ามากกว่าน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสม โดยโรงเรียนจัดถังน้ำเย็นไว้ให้นักเรียนบริโภค มีเครือข่ายร่วมดำเนินการ ได้แก่ผู้ปกครอง สาธารณสุขอำเภอดอนพุด โรงพยาบาลดอนพุด บูรณาการงาน เช่น สุขศึกษา เน้นปฏิบัติมากขึ้น มีพยาบาลจากโรงพยาบาลดอนพุดมาสอนเป็นต้น

                การพัฒนาศักยภาพ นำคณะครูศึกษาดูงานที่มูลนิธิพุทธฉือจี้ ประเทศไต้หวัน เพื่อศึกษาเรียนรู้ระบบการทำงานด้าน “จิตอาสา”เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และนำประสบการณ์ที่ได้รับทั้งในด้านการบริหาร

จัดการ การแยกขยะ การรีไซเคิล และการทำงานเชิงระบบมาปรับใช้

                ผลการดำเนินงาน ที่มีความต่อเนื่อง ทำให้นักเรียนมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น เช่น นักเรียนมีระเบียบวินัย มีพฤติกรรมในการรับประทานอาหารดีขึ้น ส่งผลต่อไปยังครอบครัว จากการสะท้อนของผู้ปกครองว่า มีการแยกขยะในครัวเรือน ครูเกิดความภาคภูมิใจที่เห็นโรงเรียนสะอาดขึ้น พึงพอใจที่เด็กมีพฤติกรรมดีขึ้น

                สุดท้าย การทำงานร่วมกับภาคสาธารณสุข ผอ. ชวิศบอกว่า อยากให้มีการวางแผนการทำงานร่วมกันระดับอำเภอ ส่วนใหญ่สาธารณสุขเข้าไปขอให้โรงเรียนทำเรื่องต่างๆ อยากให้มีการวางแผน ติดตาม นิเทศร่วมกัน

                 นายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าเครือข่ายงดเหล้าสนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)การทำงานใช้พลังของเครือข่ายในการชี้เป้า เฝ้าระวัง มีเครือข่ายทุกจังหวัด หลายจังหวัดคนทำงานคนเดียวกับเครือข่ายผู้บริโภค แกนนำประมาณ 1,500 คนทั่วประเทศ

                ชวนคิด ธุรกิจเหล้า ได้กำไรปีละประมาณ 10,000ล้านบาท(ยอดขาย1แสนล้านบาท)ซึ่งยอดขายธุรกิจเหล้าสามารถสร้างสนามบินสุวรรณภูมิได้ปีละ 1สนามถ้าเลิกกินเหล้า เราได้สนามบินปีละ 1สนาม(หรือนำมาสร้างโรงเรียน หรือโรงพยาบาล ..ผู้ดำเนินรายการ)

                การดำเนินงาน มีส่วนร่วมในการบังคับใช้กฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์การรณรงค์งานเทศกาลปลอดเหล้า ทำให้ผู้บริหารระดับจังหวัดและท้องถิ่นเห็นความสำคัญของการงดเหล้า ซึ่งช่วยลดอุบัติเหตุจากงานประเพณี มีการทำงานร่วมกันทั้งเครือข่ายงดเหล้า  สรรพสามิต สาธารณสุข และเครือข่ายอื่นๆ           การทำงานร่วมกับชุมชน สนับสนุนผู้ประสานงานเครือข่ายงดเหล้าจังหวัดทุกจังหวัด  สนับสนุนเครือข่ายโรงเรียน โรงงานสถานประกอบการ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ผู้นำศาสนา 

                TIPs : งานงดเหล้า ถ้าไม่มีใจทำไม่ได้ ต้องเฝ้าระวังตลอด ไม่ว่าจะจัดงานอะไรต้องเฝ้าระวัง(คุณบุญยืน  ศิริธรรม)

 

                คุณประชา  แสงศิลป์ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการวางแผนการผลิต และหัวหน้ากลุ่มสุขภาพบริษัท เบทาโกร จำกัด(มหาชน)

                บริษัทเบทาโกร จำกัด (มหาชน) จัดให้มีกิจกรรมสำหรับพนักงาน  4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสุขภาพ กลุ่มเสียสละ กลุ่มพุทธศาสนา กลุ่มออมทรัพย์ สำหรับกลุ่มสุขภาพมีโครงการ “เลิกเหล้า”เป็นตัวชูโรงให้พนักงานในโรงงานสมัครเข้าร่วมกิจกรรม โดยมีสิ่งจูงใจคือ เงินรางวัล ประกาศนียบัตรและการพิจารณาขึ้นเงินเดือน

                โครงการ “เลิกเหล้า”เริ่มตั้งแต่ปลายปี พ..2554มีผู้สมัคร15คน ได้บุคคลต้นแบบเลิกเหล้า 3คน

                การดำเนินงาน วางแผนและทำงานร่วมกับสํานักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เช่น ตรวจสุขภาพ วัดความดัน อาหาร การพักผ่อน นอนหลับ ติดตามเยี่ยมบ้านเป็นต้น โดยบริษัทสนับสนุนเจ้าหน้าที่ สคล.เรื่องการเดินทางและอาหารกลางวัน

                ผลการดำเนินงาน บุคคลที่เลิกเหล้าได้จริงมีประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น ลดภาระหนี้สิน จากการ

เยี่ยมบ้านพนักงานปีละ 1ครั้ง มีการติดตาม พูดคุยกับพ่อแม่ ภรรยา และลูก ทุกคนพึงพอใจ“เพียงแค่ได้ยินว่าลูกเข้าร่วมโครงการ แม่ไปจุดธูปบูชาหน้าพระพุทธรูป บอกว่า “สาธุ” ให้ลูกได้เลิกเหล้าได้จริงเถิด”

 

                คุณไกรฤกษ์  สาหร่าย เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ขับรถ folk lift บริษัท เบทาโกร จำกัด(บุคคลต้นแบบ ลดเหล้า)

จุดเริ่ม คุณไกรฤกษ์  สาหร่ายดื่มเหล้าตั้งแต่ ม. 3 ขณะที่เรียน ปวช.ดื่มหนักขึ้น เนื่องจากร้านเหล้าอยู่ตรงข้ามกับโรงเรียน และเมื่อถึงวัยทำงานยิ่งดื่มมากขึ้น ถึงขนาดมีเหล้าติดอยู่ในรถตลอดเวลา ขณะนั้นยังไม่มีกฎหมายควบคุมเมาแล้วขับ ถึงแม้ว่าไม่มีอุบัติเหตุร้ายแรง

                เมื่อก่อนทำงานแถวรังสิต เข้าถึงร้านเหล้าง่าย สภาพแวดล้อมมีส่วนสำคัญในการกินเหล้า ทำให้มีหนี้สิน ต้องเสียรถ เสียบ้าน และสูญเสียครอบครัว เพราะไม่ได้ดูแลภรรยาเลย จึงย้ายมาทำงานที่อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ดื่มหนักขึ้นอีก เพราะซื้อเหล้าได้ง่ายกว่าดื่มเหล้า ตั้งแต่ 2โมงเช้าถึง 2ทุ่ม และเข้างานตอนเที่ยงคืนเลิก 2โมงเช้า สภาพดูไม่ได้ ตาลอย แฟนรับไม่ได้ บอกว่า “ถ้าคุณไม่รักตัวเอง คุณจะรักใครได้” จนกระทั่งมาเจอพี่เปี๊ยก ถามตัวเองว่าพร้อมหรือเปล่าที่จะเลิก  ตัดสินใจเลิก แต่ต้องใช้เวลา

                จุดเลิก ขณะที่จับแก้วเหล้าจะไม่สามารถสอนลูกได้ เด็กโตได้ถ้ามีผู้นำที่ดี “ไม่เคยสูบบุหรี่หรือดื่มเหล้าต่อหน้าลูก”

                ผลที่เกิดขึ้น ครอบครัวดีขึ้นคุณไกรฤกษ์บอกว่า “ความสุขภายนอกเมื่อก่อนนี้เราสามารถหามาได้ มีรถ มีบ้าน แต่ไม่มีเวลาให้ครอบครัวตอนนี้มีความสุขภายใน มีเวลาให้ลูกและครอบครัว”

               

สรุปจากเวที“การสานพลังภาคีเครือข่าย เพื่อลดเสี่ยง ลดโรค” มีคนพร้อมทำงาน ทั้งในชุมชน โรงเรียน และสถานประกอบการ การทำงานเครือข่ายให้มองจากความต้องการของคนทำงานในพื้นที่        ฟังและเข้าใจ การทำงานเครือข่ายต้องชวนคิด ชวนทำ และร่วมกันทำงาน วิธีการบางอย่างให้คนในพื้นที่จัดการ สาธารณสุขสนับสนุนด้านวิชาการ ไม่ต้องทำทุกเรื่อง

 


อ่าน 412 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


 ศึกษาดูงานการพัฒนาระบบการดูแลและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก
 ใบรับรอง CME
 NCD Digest
 การจัดการให้เกิดการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและการดูแลแบบผสมผสาน
 สรุปประชุมติดตามผลการดำเนินงาน สรุปเนื้อหาเชิงประเด็นและเชิงพื้นที่ และวางแผนการจัดเวทีแลกเปลี่ยนระดับเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(16จังหวัด)

หน้าแรก | แนวคิดระบบสุขภาพชุมชน | เวทีขับเคลื่อน | งานวิจัยชุมชน | นักจัดการชุมชน | พื้นที่แผนงาน | ข่าว / กิจกรรม | รวมลิงค์ระบบสุขภาพชุมชน