อบรมเชิงปฏิบัติการ "การจัดการเรียนรู้ เพื่อค้นหา ตัวตน เป้าหมายขององค์กร และการเขียน profile PCA อย่างมีคุณภาพ"

 

หลักสูตรการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การจัดการเรียนรู้ เพื่อค้นหา ตัวตน เป้าหมายขององค์กร และการเขียน profile PCA อย่างมีคุณภาพ”

หลักการและเหตุผล


         ระบบบริการปฐมภูมิ  เป็นระบบบริการรากฐานที่สำคัญระบบหนึ่งของระบบสุขภาพ  ด้วยเป็น    ปฐมบทของการสร้างสุขภาพ  การป้องกันโรค  การรักษาโรค และการฟื้นฟูสภาพ  ที่เน้นความเป็นองค์รวมของชีวิต บูรณาการผสมผสานให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต  สภาพปัญหาและความต้องการทางด้านสุขภาพของประชาชน  โดยมีการดูแลที่มีความต่อเนื่อง มีเป้าหมายสำคัญคือ การพัฒนาการพึ่งตนเองของประชาชน เพื่อให้มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี  ด้วยนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเอื้อให้เกิดการสร้างความเข้มแข็งของการพัฒนาเครือข่ายระบบบริการปฐมภูมิ และเน้นการสร้างความตระหนักของบุคลากรด้านสาธารณสุขในการเตรียมความพร้อมของโครงสร้าง บุคลากร ระบบงานและระบบสนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานเครือข่ายบริการปฐมภูมิเป็นอย่างมาก

         จากนโยบายด้านการพัฒนาระบบบริการสุขภาพของประเทศโดยมีเป้าหมายให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพมากที่สุด มีความพึงพอใจต่อบริการสุขภาพ มีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง และมีส่วนร่วมในการจัดการสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และชุมชน การใช้กลไกเครือข่ายสุขภาพอำเภอ (District Health System) ถือเป็นยุทธศาสตร์หลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ จัดบริการปฐมภูมิในภาพเครือข่าย โดยเน้นการจัดการบริการสุขภาพในชุมชนและกลุ่มเป้าหมาย คำนึงถึงปัญหาสุขภาพและบริบทของพื้นที่ ส่งเสริมให้ประชาชนสามารถพึ่งตนเองในการดูแลสุขภาพเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการสุขภาพที่มีคุณภาพแบบบูรณาการอย่างต่อเนื่อง และเป็นองค์รวม  อีกทั้งมีการตกลงร่วมกันที่จะพัฒนาเครือข่ายสุขภาพอำเภอ (DHS) ควบคู่กับแนวทางการประเมินคุณภาพเครือข่ายบริการปฐมภูมิ (PCA)  อย่างต่อเนื่องไปพร้อมกัน อันเนื่องจากมีหลักการและเป้าหมายเดียวกัน

         จะเห็นว่าการพัฒนาคุณภาพเครือข่ายบริการปฐมภูมิ มีความสำคัญยิ่งต่อคุณภาพบริการปฐมภูมิที่เป็นการดูแล (care) ด้วยความใส่ใจ เอาใจใส่  ด้วยการฟังอย่างตั้งใจ (listen) ให้เข้าใจผู้รับบริการ และสร้างความไว้วางใจ  (Trust) แก่ผู้รับบริการ และร่วมกันดูแลสุขภาพของตนเอง  ปี พ.ศ.2558 มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน ได้ดำเนินการลงพื้นที่เยี่ยม pre survey การพัฒนาคุณภาพเครือข่ายบริการปฐมภูมิ ทำให้ค้นพบว่าความเข้าใจหลักการพื้นฐานในการพัฒนางานปฐมภูมิ การเข้าใจตัวตนจริงขององค์กร และการสรุปเพื่อเขียนทบทวนตนเอง ( CUP Profile) ของทีมพื้นที่ยังมีข้อจำกัด ทั้งในแง่การสรุปกรอบความคิด การสรุปแนวทางพัฒนาขององค์กร ทั้งเรื่อง Core value,Mission,Core competency รวมถึงการเข้าใจ stake holder แล้วนำไปสู่สื่อสารทั้งภายในและภายนอก และแนวการพัฒนาองค์กรที่มีความคมชัด ดังนั้นเพื่อให้ทีมนำและทีมจัดการของพื้นที่ได้มีความรู้ ความเข้าใจ เพิ่มพูนแนวคิด และทักษะของการสรุป การเขียนสะท้อนวิธีคิดและการทำงานขององค์กร/เครือข่ายบริการปฐมภูมิ รวมทั้งเป็นกระบวนการที่สามารถสร้างความมั่นใจ ต่อการเข้าสู่กระบวนการ pre survey  เยี่ยมเสริมพลังการพัฒนาคุณภาพเครือข่ายบริการปฐมภูมิ  อันเป็นฐานการพัฒนาคุณภาพปฐมภูมิที่สอดคล้องในระยะต่อไป


         ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น  มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน ร่วมกับสถาบันพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ จึงได้จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การจัดการเรียนรู้ เพื่อค้นหา ตัวตน เป้าหมายที่แท้จริงขององค์กร และการเขียน profile PCA อย่างมีคุณภาพ”เพื่อช่วยเสริม สนับสนุนกระบวนการทบทวน ฐานความคิด ความเข้าใจทั้งที่เป็นการรู้จักตนเอง  การค้นหาและสะท้อน Core Value,Mission,Core Competency และการสร้างความ เข้าใจต่อ stake holder บริบท และสถานการณ์ความต้องการทุน ให้กับทีมแกนนำเครือข่ายบริการปฐมภูมิ  เพื่อให้เกิดความพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการเยี่ยม pre survey และการพัฒนาคุณภาพ PCA ที่เหมาะสม สอดคล้องกับพื้นที่


         ฉะนั้น การอบรมนี้  เป็นหลักสูตรการฝึกการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองอย่างชาญฉลาดนำไปสู่การสรุปด้วยการเขียน profile PCA อย่างมีคุณภาพ ก่อนที่จะมีการเยี่ยม pre survey ในพื้นที่ และการเยี่ยมให้รางวัลคุณภาพในระยะต่อไป


วัตถุประสงค์

1. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเกิดความรู้และความเข้าใจ ฐานคิดและการบริหารจัดการคุณภาพเครือข่ายบริการปฐมภูมิ ที่เชื่อมโยงกับการจัดบริการปฐมภูมิให้เกิดคุณภาพอย่างแท้จริง

2. เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ค้นหา ตัวตนที่แท้จริงขององค์กร /เครือข่ายบริการปฐมภูมิ

3. เพื่อให้ทราบแนวทาง เครื่องมือที่จะช่วยยกระดับการเรียนรู้พัฒนาการเขียนทบทวนตนเอง(profile PCA) อย่างมีทิศทางและบรรลุเป้าหมายขององค์กรที่ตั้งไว้

4. เพื่อให้เกิดการเขียนวิเคราะห์ ทบทวนการดำเนินงานขององค์กรอย่างมีคุณภาพ

5. เพื่อให้ทราบแนวทางการเยี่ยม pre survey

6. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจและฝึกทักษะในการสนับสนุนการพัฒนาคน/ระบบ และประสานเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ ในการพัฒนาคุณภาพระบบบริการปฐมภูมิ


ประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับ

บุคลากรขององค์กรจะมีความรู้และทักษะในการเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทบทวน วิเคราะห์องค์กรตนเองและสรุปรวบยอดเป็นการเขียน ตั้งแต่การประเมินตนเอง การเข้าใจบริบท  การสรุป Core value ,mission การออกแบบระบบ , การค้นหา Core Competency ขององค์กร/เครือข่ายบริการปฐมภูมิ อย่างมีคุณภาพ เพื่อมุ่งสู่การเยี่ยม pre survey และการเยี่ยมให้รางวัลคุณภาพ  ที่เป็นฐานของการพัฒนาคุณภาพเครือข่ายบริการปฐมภูมิอย่างเป็นระบบ


กลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าร่วม

เครือข่ายระบบบริการปฐมภูมิ (CUP = รพ.+สสอ.+รพ.สต.) ที่สนใจสมัครขอรับการเยี่ยมสำรวจ pre survey  ก่อนเยี่ยมให้รางวัลในระยะต่อไป


คุณสมบัติของผู้อบรม

Core term การพัฒนาคุณภาพเครือข่ายบริการปฐมภูมิของ CUP  และผู้ประสานจังหวัด  CUP ละ 3- 5 คน


ระยะเวลาการอบรม  3 วัน  2 คืน

รุ่นที่ 1  ระหว่างวันที่ 12-13 พฤษภาคม 2559  สถานที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ขอนแก่น)

รุ่นที่ 2  ระหว่างวันที่ 8 -10 มิถุนายน 2559  สถานที่ กรุงเทพฯ


รูปแบบการอบรม เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม และสร้างการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (Interactive, experiential and transformative learning)


หัวข้อการอบรม


DAY 1 :   

-   workshop  เพื่อให้รู้ตนเอง  เพื่อสะท้อน Core value,Mission,Core competency

ทบทวนตนเอง เพื่อให้เข้าใจคุณค่าที่ตนเองยึดถือ ในการดำเนินชีวิต (Core value)นำสู่การวิเคราะห์องค์กรตนเองว่ามีคุณค่าที่ยึดถือร่วมในการดำเนินการและมีพันธกิจที่ต้องทำเพื่อใคร อย่างไร (Core value,Mission)

- เข้าใจ  บริบท stake holder  สถานการณ์ความต้องการ และทุนของชุมชน

การเรียนรู้เพื่อเข้าใจการอยู่ร่วม พึ่งพากันและกัน เป็นระบบ ในชุมชน (ecosystem, stake holder analysis)


DAY 2 : 

-   ความเข้าใจ Mission ขององค์กร /เครือข่ายบริการปฐมภูมิ

ทบทวนและเรียนรู้ของ CUP อื่นๆ ในการออกแบบระบบตามพันธกิจ และการพัฒนาสมรรถนะองค์กรให้สอดคล้อง (mission and core competency alignment)

- หัวใจสำคัญของการบริการปฐมภูมิ พันธกิจ สิ่งที่ต้องทำ (Core competency)  คุณภาพและการประเมินเครือข่ายระบบบริการปฐมภูมิ

เรียนรู้เข้าใจ กรอบคิดคุณภาพระบบบริการปฐมภูมิ  ทบทวนองค์กรตนเองอีกครั้งในพันธกิจ กับการออกแบบระบบที่ทำร่วมกับเครือข่ายแบบพึ่งพิงกันอย่างไร (ecosystem, DHS-PCA)


DAY 3 : 

- สรุปผลประเด็นที่ต่อร้อยกัน ตั้งแต่เป้าหมาย อนาคต  Core value ,mission การออกแบบระบบ , Core Competency, และการติดตามประเมิน

- เขียนอย่างไร – อ่านเข้าใจ /พัฒนาเห็น Gap (ใครบ้างที่มาเกี่ยวข้องกับการทำงานของเรา / เราพร้อมรับการเปลี่ยนเปลี่ยนเราไหม)

- รูปแบบการเยี่ยม pre survey   

- สรุปแนวทางการทำงาน


วิทยากร :

พญ.สุพัตรา ศรีวณิชชากร กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน

ผศ.ดร.ปิยธิดา คูหิรัญญรัตน์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

นพ. วรวุฒิ โฆวัชรกุล โรงพยาบาลสันทราย จ.เชียงใหม่

นพ. สมชาติ สุจริตรังสี โรงพยาบาลดอนพุด จ.สระบุรี                          

คุณปรีดา โนวฤทธิ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองบัวลำภู                     

และวิทยากรจาก  ทีมพัฒนาคุณภาพเครือข่ายบริการปฐมภูมิ


ค่าใช้จ่ายในการอบรม      

- ค่าลงทะเบียน ท่านละ 1,500 บาท (สำหรับเป็นค่าอาหารทั้ง 3 วัน )

- ค่าเดินทาง และ ค่าที่พักของผู้เข้าร่วมอบรม ( หน่วยงานผู้เข้าอบรมรับผิดชอบ)

ส่วนกลาง โดย สพช.:  รับผิดชอบค่าใช้จ่ายวิทยากร


หมายเหตุ : หากพื้นที่สนใจสมัครเข้าอบรม ทาง สพช.จะออกหนังสือเชิญเข้าร่วมไปยังหน่วยงานของท่าน


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

คุณนพรัตน์ สกุลกูล โทรศํพท์มือถือ 083-7267048  email : u5208046@gmail.com,

คุณไหม mai_riss@yahoo.com


download หลักสูตรการอบรม click


download ใบสมัครอบรม click


คำนิยามศัพท์


องค์ความรู้


1.การสาธารณสุขมูลฐาน(primary health care) คือ ลักษณะของการให้บริการสุขภาพที่จำเป็น ซึ่งบุคคลและครอบครัวสามารถจะหาได้ในชุมชน โดยเป็นสิ่งที่บุคคลยอมรับและมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในการดำเนินงานรวมทั้งเป็นบริการที่ชุมชนและประเทศสามารถจัดให้มีได้  การสาธารณสุขมูลฐานจะเป็นส่วนผสมอยู่ในทั้งระบบบริการสาธารณสุขของรัฐ โดยเป็นศูนย์กลางของระบบ และเป็นส่วนผสมผสานอยู่ในกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมทั้งหมดของชุมชน

2. ระบบบริการสุขภาพ (health service system)

2.1 สุขภาพ หมายถึง สุขภาวะที่สมบูรณ์และเชื่อมโยงกันเป็นองค์รวมอย่างสมดุล ทั้งมิติทางกาย (physical) จิต (mental) สังคม (social) และจิตวิญญาณ(spiritual) มิได้หมายถึงเฉพาะการไม่พิการและการไม่มีโรคเท่านั้น

2.2 ระบบสุขภาพ  หมายถึง  ระบบทั้งมวลที่สัมพันธ์กันเป็นองค์รวม อันสามารถส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนทั้งประเทศ ระบบสุขภาพมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ปัจจัยด้านบุคคล ครอบครัว  นโยบายต่างๆที่มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม กายภาพ และชีวภาพ รวมทั้งระบบบริการด้านสุขภาพด้วย

2.3 ระบบบริการสุขภาพ  หมายถึง  ระบบบริการต่างๆที่จัดขึ้นเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ การควบคุมป้องกันโรค และปัญหาที่คุกคามสุขภาพ การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสมรรถภาพที่เป็นแบบผสมผสาน หรือเฉพาะด้าน หรือเฉพาะเรื่อง แบ่งได้เป็น 3 ระดับ คือ ระบบบริการระดับปฐมภูมิ  ระบบบริการระดับทุติยภูมิ และระบบบริการระดับตติยภูมิ

2.3.1 ระบบบริการระดับปฐมภูมิ  หมายถึง ระบบบริการที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

- มีผู้ให้บริการเป็นทีมสุขภาพ โดยมีแพทย์ร่วมกับบุคลากรทางด้านสุขภาพอื่นๆ ทั้งนี้แพทย์ผู้ให้บริการอาจเป็นแพทย์ทั่วไป  แพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ครอบครัว หรือ แพทย์สาขาอื่นๆ เช่น อายุรแพทย์ กุมารแพทย์ สูตินรีแพทย์ เป็นต้น

- การบริการเป็นแบบผสมผสาน องค์รวม และต่อเนื่อง ทั้งบริการเชิงรุกเพื่อสร้างสุขภาพบริการควบคุมป้องกันโรคและปัญหาที่คุกคามสุขภาพ  บริการรักษาพยาบาลและฟื้นฟูสมรรถภาพ  สนับสนุนระบบการดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัว  มีระบบการดูแลสุขภาพที่บ้านและชุมชนด้วย และเชื่อมโยงกับระบบบริการระดับทุติยภูมิ และตติยภูมิอย่างเป็นระบบมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ

- มีประชากรที่เป็นเป้าหมายในการให้บริการ (catchment population) หมายถึงประชาชนที่อยู่ในความรับผิดชอบของสถานบริการหนึ่งๆ

2.3.2  ระบบบริการระดับทุติยภูมิ  หมายถึง  ระบบบริการสาธารณสุข ที่จัดบริการทั้งส่งเสริมสุขภาพป้องกันและควบคุมปัญหาที่คุกคามสุขภาพ รักษาพยาบาลและฟื้นฟูสภาพ ซึ่งมีความยุ่งยากซับซ้อนทั้งในเชิงวิทยาการและเทคโนโลยี มากกว่าบริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ  ต้องอาศัยความรู้ เทคโนโลยี และบุคลากรเฉพาะด้าน มีความเชื่อมโยงกับระบบบริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ ระดับตติยภูมิ และระบบบริการอื่นๆ เพื่อส่งต่อความรับผิดชอบระหว่างกันและกันเป็นอย่างดี 

2.3.3  ระบบบริการระดับตติยภูมิ  หมายถึง  ระบบบริการสาธารณสุข ที่จัดบริการทั้งส่งเสริมสุขภาพป้องกันและควบคุมปัญหาที่คุกคามสุขภาพ รักษาพยาบาลและฟื้นฟูสภาพ ซึ่งมีความยุ่งยากซับซ้อนมากเป็นพิเศษทั้งในเชิงวิทยาการและเทคโนโลยี ต้องอาศัยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และบุคลากรเป็นพิเศษที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีความเชื่อมโยงกับระบบบริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ  ระดับทุติยภูมิ และระบบบริการอื่นๆ เพื่อส่งต่อความรับผิดชอบระหว่างกันและกันเป็นอย่างดี

2.4 เครื่องมือสำคัญของการดูแลใน primary care คือ การฟัง การใส่ใจ การสร้างความไว้วางใจ เพื่อให้เข้าใจ และวินิจฉัยปัญหาและทุนของผู้รับบริการ และทุนของชุมชนอย่างเป็นองค์รวม และนำไปสู่การดูแลและสร้างการร่วมดูแลสุขภาพได้อย่างสอดคล้อง พอดี 

 


อ่าน 219 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting



หน้าแรก | เกี่ยวกับองค์กร | เอกสารเผยแพร่ | สื่อเผยแพร่ | ฐานข้อมูลสุขภาพชุมชน | sitemap