กำจัดขยะแบบไร้ถัง มิติใหม่สร้างชุมชนสะอาดด้วยตนเอง

 

“คนไทยทิ้งขยะ 15 ล้านตันต่อปี หรือคิดเฉลี่ยคือกว่า 4 หมื่นตันต่อวัน”
พูดง่ายๆ คือหากนำขยะใส่รถกะบะก็สามารถบรรจุขยะได้สี่หมื่นกว่าคัน รวมระยะทางที่จอดต่อกันยาวรวมกว่า 200 กิโลเมตร หรือเทียบง่ายๆ คือจอดเริ่มจากอนุสารีย์ชัยสมรภูมิก็ต่อกันไปตามถนนพหลโยธินผ่านสระบุรี แก่งคอย ปากช่อง อุดรธานี และคันสุดท้ายจะไปจอดถึงเวียงจันทร์
นอกจากนี้ปริมาณขยะยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 1 ต่อปี
นี่เป็นสถิติที่น่าตกใจมาก !!!  แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าปริมาณขยะ คือวิธีการกำจัดขยะกองมหึมานี้ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องเพียงร้อยละ 36 หรือ แต่ละปีเรากำจัดขยะได้เพียง 4 ล้านตันเท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 11 ล้านตัน ยังถูกปล่อยทิ้งขว้างตามยถากรรม คำถามที่น่าคิดคือ ขยะที่เหลือไปอยู่ไหน  กลายเป็นสารก่อมะเร็ง กลายเป็นสารพิษ หรือกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ประเด็นนี้นำมาสู่การฉุกคิดของชุมชนเมืองแก ว่าถึงเวลาหรือยังที่เราจะต้องช่วยกันรักษาความสะอาด ทำเพื่อชุมชนและบ้านของเรา เพราะปัญหาขยะล้นเมือง ก็ถือเป็นปัญหาลำดับต้นๆ ของชุมชนเช่นกัน จนเทศบาลเมืองแกต้องประกาศเป็นเรื่องหลักเร่งด่วน 1 ใน 10 ข้อ ที่ต้องแก้ไข
    สำหรับชุมชนเมืองแกมีเอกลักษณ์ในเรื่องการจัดการขยะอย่างเด่นชัด โดยสังเกตได้ทันทีตั้งแต่เริ่มเข้าเขตชุมชนเพราะเราจะไม่พบถังขยะมาตั้งวางเรียงรายตามท้องถนนเหมือนดั่งชุมชนอื่น นั่นเพราะมีแนวคิดว่า “ถังขยะไม่ใช่เครื่องประดับ” ดังนั้นเราจะต้องกำจัดขยะด้วยมิติใหม่ที่ไร้ถัง
    อุบล กระโจมทอง ประธานกลุ่มงานสิ่งแวดล้อม ต.เมืองแก  เล่าให้ฟังว่า หลังจากการที่มีการประชุมประชาคมประจำตำบล ทำให้เราได้ข้อสรุปปัญหาของชุมชนเมืองแกว่ามีปัญหาขยะล้นเมือง ทำให้เราร่วมกับชาวบ้านในชุมชนร่วมกันกำหนดแผนและแนวทางการทำงาน  โดยเพียงแค่เริ่มต้นก็ได้รับการยอมรับจากชุมชนดีมาก เพราะแนวคิดเราไปทำดี เพื่อให้ชุมชนสะอาด  สมาชิกของกลุ่มงานทั้ง 12 คน ประกอบด้วยผู้ใหญ่บ้าน ครู แกนนำชุมชน อสม.และชาวบ้าน ได้ลงพื้นที่กระจายความรู้สู่ชุมชน เพื่อให้ชุมชนเห็นถึงปัญหาและได้เป็นส่วนร่วม โดยเราตั้งคำถามเพื่อให้ชุมชนได้ร่วมคิดตามเกี่ยวกับขยะ ว่าขยะเกิดจากอะไร ใครมีหน้าที่กำจัดขยะ และวิธีกำจัดขยะที่ถูกต้องนั้นทำอย่างไร และเปิดโอกาสให้ชาวบ้านร่วมกันอภิปราย ระดมความเห็นกันว่าเราควรมีการจัดการอย่างไร จนได้เป็นข้อสรุปของการบริหารจัดการขยะอย่างมีศักยภาพ โดยได้กำหนดมาตราการช่วยกันกำจัดขยะในชุมชนร่วมกันว่า ชาวบ้านจะต้องมาช่วยกันกำจัดขยะในพื้นที่สาธารณะเดือนละ 1 ครั้ง โดยแต่ละหมู่บ้านช่วยกันทำอย่างพร้อมเพียง แต่หากเดือนไหนมีงานสำคัญก็จะทำเป็นพิเศษเพิ่มเติม เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษา
        “ชุมชนเราอาศัยความสมัครใจในการเข้ามามีส่วนร่วม และเมื่อมีส่วนร่วมด้วยใจ พลังใจบวกกับแรงกายในการช่วยเหลือชุมชนก็จะทำอย่างเต็มที่  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ต้องมีการออกกฎเกณฑ์ มาตรการเพื่อให้การทำงานเป็นระเบียบและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น โดยการออกกฎชาวบ้านก็จะมาร่วมกันคิด ร่วมกันระดมความเห็น ดังนั้นกฎ กติกาจึงเป็นที่ยอมรับของทุกคน นั่นก็เพราะเป็นกติกาก็มาจากทุกคนนั่นเอง คือหากใครไม่มาร่วมกับชุมชนในการทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะจะถูกปรับตามเกณฑ์ แต่หากใครมาไม่ได้จริงๆ ติดธุระสำคัญเราก็ไม่ได้ใจร้ายจนเกินไป แต่ด้วยจิตใจที่อยากช่วยกันของชาวบ้าน ก็จะส่งน้ำ ขนม มาช่วยบริการคนที่ทำงานเพื่อชุมชนอย่างหนักแทน หรือหากจะให้เงินก็ให้มากกว่าเกณฑ์ค่าปรับที่เรากำหนดไว้เสียอีก โดยที่เราไม่ได้บังคับ ซึ่งนี่แสดงให้เห็นถึงจิตสำนึกของชาวบ้านที่อยากช่วยเหลือและพัฒนาชุมชนด้วยใจอย่างแท้จริง  

              

       ประธานกลุ่มงานสิ่งแวดล้อม เล่าย้อนถึงความสำเร็จในการดำเนินการต่อว่า ในตอนเริ่มแรกเมื่อ พ.ศ.2553 เรารณรงค์ทำงานเพียงแค่ 4 หมู่หลักๆ ที่เราเห็นว่ามีปัญหาเรื่องขยะมาก จากนั้นก็เริ่มขยายแนวร่วมมาเรื่อยๆ จนปี พ.ศ. 2554 กลุ่มเราได้ขยายงานรณรงค์เป็นหมู่บ้านสะอาด ปลอดขยะ ได้เพิ่มอีก 6 หมู่บ้าน และล่าสุด พ.ศ.2555 เราได้ขยายแนวร่วมเพิ่มจนครบทั้ง 19 หมู่บ้าน เรียกได้ว่าภายใน 3 ปี กลุ่มเราสามารถรณรงค์ให้ทุกชุมชนรักษาความสะอาดได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นความภูมิใจมาก และที่สำคัญเราใช้งบประมาณจากส่วนกลางไม่มาก แต่อาศัยแรงกายของชาวบ้าน ก็สามารถพัฒนาให้ชุมชนของเราเป็นชุมชนที่น่าอยู่ปลอดขยะได้
แต่หนทางของการทำงานก็ไม่ได้ราบเรียบเสมอไป เพราะกว่าจะถึงทุกวันนี้ ทีมงานก็ต้องลงมือ และลงแรงอย่างเต็มที่ โดยตอนแรกทางกลุ่มคิดจะหาสถานที่ทิ้งขยะ แต่ก็เข้าใจว่าคงไม่มีใครอยากให้ขยะเหม็นๆ มากองอยู่หน้าบ้าน จึงนำมาสู่ที่มาของการให้ความรู้ชุมชนในการกำจัดขยะด้วยตนเอง 
       ขั้นแรกเริ่มลงพื้นที่ให้ความรู้ชาวบ้านในแต่ละชุมชนให้รู้จักขยะ ว่าสิ่งที่เป็นขยะมีเพียงแค่ 4 ประเภท เท่านั้นคือ 1.ขยะพิษ อาทิ ยาฆ่าแมลง ถ่านไฟฉาย 2.ขยะติดเชื้อ อาทิ สำลีเช็ดแผล ผ้าอนามัย ผ้าอ้อมเด็ก 3.ขยะอันตราย เช่น เศษแก้ว เข็มเย็มผ้า หากทิ้งเกลื่อนกลาดอาจทำให้อันตรายและบาดเจ็บได้ และ 4.ขยะไม่มีประโยชน์ เช่น กระดาษห่อขนม เป็นต้น  นอกเหนือจากนี้ไม่ถือว่าเป็นขยะ แต่เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ อาทิ เศษใบไม้ เศษอาหารในครัวเรือน เพราะเราสามารถนำมาทำน้ำหมักชีวภาพได้ หรือแม้แต่ถุงพลาสติกก็สามารถนำใส่ถุงปุ๋ยเก็บมาขายได้ แม้เงินที่ได้จากการเก็บขยะในบ้านตนเองจะไม่ได้มากมาย แต่ก็ถือว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการทำให้ชุมชนเราสะอาดและน่าอยู่
ส่วนการกำจัดขยะ ทีมงานก็ได้สอนให้ชาวบ้านกำจัดขยะถูกวิธี เพราะขยะส่วนมากในแต่ละบ้านเป็นขยะที่สามารถนำกลับไปใช้ใหม่ได้ หรือนำไปขายได้ มีแต่เพียงขยะพิษเท่านั้นที่ต้องกำจัด ดังนั้นเราจึงมีแนวคิดว่าให้นำขยะพิษไปฝากไว้ที่โรงพยาบาล เนื่องจากโรงพยาบาลต้องกำจัดขยะพิษอยู่แล้ว
“ตั้งแต่ดำเนินโครงการมา เราภูมิใจมาก ที่เห็นบ้านเราสะอาดน่าอยู่ และที่สำคัญคือความสะอาดมาจากใจทุกคน นอกจากความสะอาดแล้วเรายังได้ผลพลอยได้จากการกำจัดขยะคือ ลดโรคภัยไข้เจ็บเนื่องจากแหล่งเพาะเชื้อลดลงด้วย อย่างไรก็ตามในปี 2556 ทางกลุ่มเรามีการวางแผนที่จะต่อยอดและพัฒนาเรื่องปัญหาการกำจัดขยะมากขึ้น โดยตั้งธนาคารขยะประจำตำบลเมืองแก โดยจะรับซื้อขยะจากชาวบ้านที่นำมาขาย เพื่อให้การจัดการขยะในชุมชนเป็นระบบและเป็นระเบียบมากขึ้น” ประธานกลุ่มงานสิ่งแวดล้อมเล่าให้ฟังอย่างภาคภูมิใจ 
      ขณะที่ สง่า การะเกด ชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการ  เล่าว่า เมื่อก่อนหมู่บ้านของเราขยะเยอะมาก ทำความสะอาดกันแทบไม่หวาดไม่ไหว โดยเฉพาะที่หมู่บ้านเรา คือหมู่ที่ 8 เนื่องจากเป็นทางต่อเชื่อมไปยังตำบลอื่นทำให้มีขยะจากรถที่วิ่งผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก แต่พอมีโครงการนี้ขึ้นมาก็ทำให้หมู่บ้านเราสะอาดขึ้นมาก เราได้เรียนรู้เรื่องการแยกขยะ ไม่ว่าจะเป็นประเภทของขยะเปียก ขยะแห้ง ขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ ทุกบ้านจะมีถังแยกขยะของตัวเอง เพื่อที่จะแยกประเภท โดยขยะที่สามารถนำไปขายได้ ก็จะบรรจุใส่ถุงปุ๋ยและนำไปขายต่อให้กับรถที่มารับซื้อถึงที่ หมู่บ้านเราไม่มีถังขยะก็เพราะการจัดการขยะในลักษณะนี้ ทำให้ชุมชนมีส่วนร่วม และทำให้เกิดความรักความหวงแหนในชุมชนของตนเอง และอยากจะให้ชุมชนของตนเองสะอาดอยู่ตลอดเวลา เพราะเมื่อชุมชนสะอาดโรคภัยไข้เจ็บก็จะไม่ถามหา
จากวิธีการที่เน้นการให้ความรู้สู่ชุมชนให้มองเห็นโทษของการเกิดขยะ บวกกับการปลูกฝังจิตสำนึกร่วมกันนี่เอง....จึงนำมาสู่ความสำเร็จของการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้เมืองแก กลายเป็นเมืองที่มีการกำจัดขยะด้วยมิติใหม่ที่ไร้ถัง อีกทั้งเห็นได้ชัดว่าด้วยพลังใจและแรงกายจากชุมชน ก็สามารถช่วยชุมชนให้สะอาดน่ามองได้ไม่ยาก ......


อ่าน 6623 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting


 สานเครือข่ายการพัฒนา DHS ด้วยข้อมูลโรคเรื้อรัง อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง
 กำจัดขยะแบบไร้ถัง มิติใหม่สร้างชุมชนสะอาดด้วยตนเอง
 ยกระดับ EPI ด้วยพลัง DHS อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
 สุขแท้ที่เมืองแก กับเกษตรอินทรีย์บนวิถีที่พอเพียง
 หนุนเสริมวิธีคิด DHS และพัฒนาคนด้วย DHML อำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี

หน้าแรก | แนวคิดระบบสุขภาพชุมชน | เวทีขับเคลื่อน | งานวิจัยชุมชน | นักจัดการชุมชน | พื้นที่แผนงาน | ข่าว / กิจกรรม | รวมลิงค์ระบบสุขภาพชุมชน