พลังภาคีและพันธมิตรเพื่อดูแลสุขภาพชุมชน โรงพยาบาลสมเด็จพระญาณสังวร

 

พลังภาคีและพันธมิตรเพื่อดูแลสุขภาพชุมชน 

 

โรงพยาบาลสมเด็จพระญาณสังวร 

 

บริบท  และสถานการณ์ชุมชน 

 

เวียงชัยเป็นอำเภอขนาดเล็กตั้งอยู่ห่างจากตัวจังหวัด 12  กม.  การปกครองแบ่งเป็น 5 ตำบล 75 หมู่บ้าน เทศบาลตำบล 1 แห่ง อบต. 5 แห่ง  ประชากรทั้งหมด 46,359  คน แยกเป็นชาย  23,015 คน หญิง 23,344 คน พื้นที่ส่วนใหญ่ติดอำเภอเมือง ภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำกกและแม่น้ำลาวไหลผ่าน ชาวบ้านมีวิถีชีวิตกึ่งเมืองกึ่งชนบท  อาชีพหลักคือเกษตรกรรมปลูกข้าวและพืชผักเพื่อจำหน่ายในตัวเมือง  รองลงมาเป็นการรับจ้างทั้งในตัวเมืองและต่างจังหวัด

 

จากการวิเคราะห์สถานการณ์ร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ/เอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมทั้งข้อมูลตามระเบียนรายงานต่างๆ พบสถานการณ์ที่เป็นปัญหาสำคัญดังนี้  

 

 

 

ด้านสุขภาพ   

 

สาเหตุการตาย 5 อันดับแรก คือ มะเร็ง, COPD, CRF, ภูมิคุ้มกันบกพร่อง และอุบัติเหตุจราจร (โรคชราอยู่ลำดับที่ 2)    

 

การแพร่ระบาดของเชื้อเอดส์ จำนวนผู้ป่วยเอดส์และผู้ติดเชื้อมีอาการ ( ยอดสะสมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531- 2549 ) 1,721 คน คิดเป็นอัตราต่อแสนประชากร 3908.70 ซึ่งเป็นอันดับ 1 ของจังหวัด และมีเด็กได้รับผลกระทบจากเชื้อเอดส์  528 ราย 

 

อัตราการฆ่าตัวตาย(ปี 2547-2549) สูงเป็นอันดับต้นๆ ของจังหวัด ปี 2549 พบถึง 21.57 ต่อแสนประชากร 

 

การตรวจสารพิษในกระแสเลือด พบว่า ส่วนใหญ่มีผลเลือดอยู่ในภาวะเสี่ยง ร้อยละ 55.26 ปลอดภัย ร้อยละ 22.11 ไม่ปลอดภัย ร้อยละ 18.59  ปกติ ร้อยละ 4.04  

 

 

 

 

ด้านสังคมและวัฒนธรรม 

 

- ครอบครัวอ่อนแอ    เนื่องจากในปี 2535 มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจชาวบ้านขายที่ดินทำกินให้แก่นายทุนต่างชาติเป็นจำนวนมาก วัยแรงงานจึงต้องอพยพไปทำงานต่างถิ่น ทิ้งลูกหลานให้ปู่- ย่า ตา- ยาย เลี้ยงดูและนำฝากเลี้ยงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตั้งแต่อายุ 1 ปี ส่วนหนึ่งติดเชื้อเอดส์กลับมาแพร่กระจายสู่สามี-ภรรยาเกิดปัญหาด้านสุขภาพ เศรษฐกิจและความแตกแยกในครอบครัว อีกทั้งสภาพสังคมในยุคของบริโภคนิยมที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต การแข่งขันมุ่งเน้นเงินและวัตถุพ่อ-แม่มีเวลาให้กับครอบครัวรวมทั้งงานเพื่อส่วนรวมน้อยลง ปัจจุบันพบว่าการหย่าร้าง การตั้งครรภ์ขณะอายุยังน้อยและขาดความพร้อมในการสร้างครอบครัวมีเพิ่มมากขึ้น

 

- การยึดมั่นในศีลธรรม ขนบธรรมเนียมจารีตประเพณีย่อหย่อน  เด็กขาดการอบรมปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ขาดแบบอย่างของการประพฤติตนที่ดี ดังเห็นจากการจัดเวทีวิเคราะห์สถานการณ์ชุมชนทั้ง 5 ชุมชน มีปัญหาความสัมพันธ์ของคน 3รุ่นได้แก่ เด็ก/เยาวชน  ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุขาดการสื่อสารและความเข้าใจที่ดีต่อกัน 

 

- การดื่มสุรา   อำเภอเวียงชัยเป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายสุราพื้นบ้านที่ลือชื่อ การซื้อ-ขายทำได้ง่าย จึงมีผู้ดื่มสุราจำนวนมากและจากการเสวนากลุ่มเด็กนักเรียนพบว่าครอบครัวที่พ่อ-แม่ทะเลาะวิวาทกันส่วนใหญ่มาจากการดื่มสุรา  นอกจากนี้บางครอบครัวให้เด็กหัดดื่มสุราตั้งแต่ระดับประถม 

 

 

 

ด้านเศรษฐกิจ 

 

จากลักษณะทางกายภาพของชุมชนเป็นที่ราบลุ่มน้ำกกอาชีพส่วนใหญ่ คือทำนา ทำสวนพืชผักส่งขายในตัวจังหวัด ซึ่งปัจจุบันที่ทำกินลดน้อยลงไปจึงมีการเร่งผลผลิตโดยการใช้ปุ๋ยเคมี/ยาฆ่าแมลงจำนวนมากทำให้ต้นทุนการ ผลิตสูงเกิดภาวะหนี้สิน อีกทั้งกระทบต่อ สิ่งแวดล้อม ดินเสื่อม-น้ำเสีย  รวมทั้งสุขภาพ  

 

 

 

 

 

 

 

เข้าใจวิกฤติ ...จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง

 

อำเภอเวียงชัยเป็นชายขอบของความเป็นเมืองและชนบท  ปัญหาต่างๆถูกสะสมมาอย่างยาวนาน แต่ละปัญหาต่างเป็นเหตุปัจจัยส่งผลกระทบต่อกัน ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตโดยรวมของประชาชน ซึ่งมีสาเหตุมาจากปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ   สังคม  การเมืองและการปกครอง และประการสำคัญคือการเรียนรู้ที่อ่อนแอลงจนไม่สามารถรับมือและเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เข้ามารุมเร้าอย่างรวดเร็วและรุนแรง 

 

ดังนั้นในการคลี่คลาย ทุกภาวะ ดังกล่าวข้างต้น  ทางทีมงานชุมชนของโรงพยาบาลสมเด็จพระญาณสังวรจึงได้ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง  มีการสรุปทบทวนเป็นระยะๆอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมโยงมิติต่างๆเข้าด้วยกันและไม่แยกทำเป็นเรื่องๆ  หากแต่ทำเป็นกระบวนการ   และการดำเนินงานดังกล่าวจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยพลังของทุกภาคีที่เกี่ยวข้อง   ทั้งนี้เนื่องจากปัญหาสุขภาพไม่ได้เกิดจากโรคเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่เป็นปัญหาสุขภาพสังคม ( Social Health )  และปัญหาสุขภาพสิ่งแวดล้อม  ( Environment  Health) 

 

 

 

เรียนรู้ร่วมกัน  ..  แสวงหาและขยายพันธมิตร 

ทีมงานชุมชน  

 

 

 

 

การปฏิบัติงานในชุมชนมีฝ่ายเวชศาสตร์ชุมชนเป็นผู้รับผิดชอบหลัก และมีทีมชุมชนดูแลรับผิดชอบ 5 หมู่ 

 

บ้าน ทีมชุมชนประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายเวชศาสตร์ชุมชน 5 คน รับผิดชอบคนละ 1-2 หมู่บ้านและลูกจ้างชั่วคราวของโรงพยาบาลที่เป็นคนในพื้นที่ สนใจงานชุมชนอีก 15 คน  สำหรับการปฏิบัติงานในกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น ผู้พิการและปัญหาสุขภาพจิต  ผู้ติดเชื้อเอดส์ แรงงานต่างด้าว งานคุ้มครองผู้บริโภค งานอนามัยสิ่งแวดล้อมฯ อยู่ในรูปการประสานงานและให้ความร่วมมือกับฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 

 

การเรียนรู้ร่วมกันภายในโรงพยาบาลอาศัยวิธีการที่หลากหลาย  เช่น การสะท้อนข้อมูลของน้องๆ ทีมชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ การแลกเปลี่ยนร่วมกันในคณะกรรมการต่างๆ(PCT,HPH,NCD,MCH ฯ) การทำงานร่วมกันเป็นทีมสหสาขาวิชาชีพ(วัยทอง,ผู้สูงอายุ,NCD,MCH,HPH,ผู้พิการ,งานคุ้มครองผู้บริโภค,งานโรคติดต่อฯ 

 

นอกจากนี้ทีมงานยังมีการเรียนรู้ร่วมกับเครือข่ายการเรียนรู้ระบบสุขภาพภาคประชาชน(ข่วงผญา)ทั้งในระดับอำเภอ/จังหวัดซึ่งมีการพบปะกันทุก 1-2 เดือน  การศึกษาดูงานพื้นที่เรียนรู้ของเครือข่ายบ้านจุ้มเมืองเย็น การหนุนเสริมวิชาการและแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากอาจารย์นเรศ  สงเคราะห์สุข และโอกาสแลกเปลี่ยน/นำเสนอผลงานทั้งในระดับจังหวัด/ระดับเขต/ระดับประเทศ       

 

 

 

แสวงหาแนวร่วม.....ภาคีพันธมิตร 

 

การแสวงหาภาคีพันธมิตร ได้ให้ความสำคัญกับกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่หลากหลาย จากนั้นจึงเริ่มขยายคน ขยายพันธมิตรภาคีต่างๆ  อาทิเช่น 

 

 

 

® การพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กก่อนวัยเรียน ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก  (ศพด.)

 

จากประสบการณ์ของ ทพ.ไพฑูรย์ สายสงวนสัตย์ ที่ได้ทำงานร่วมองค์การยูนิเซฟในการพัฒนาเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอำเภอแม่จัน  กอปรกับทีมงานสนใจและมีความเชื่อว่าเด็ก..เป็นวัยเดียวที่สร้างได้ จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาตั้งแต่วัยเด็กแรกเกิด-6 ปี ซึ่งเปรียบเสมือนแบบพิมพ์และเป็นช่วงอายุที่มีอิทธิพลต่อการวางรากฐานของชีวิต ทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคม  จึงใช้การตรวจสุขภาพเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้งอำเภอจำนวน 15 แห่งเป็นเครื่องมือเพื่อการเรียนรู้ของทีมงานและแสวงหาแนวร่วม โดยการคืนข้อมูลให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง แกนนำชุมชน ผู้นำท้องถิ่นทุกแห่งอย่างต่อเนื่องและร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน   รวมทั้งสร้างความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องผลักดันให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนระดับอำเภอ  ประชุมและสะท้อนข้อมูลกลับในเวทีทุกระดับ มีการอบรมกลุ่มสัมพันธ์และการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการทั้งเจ้าหน้าที่รพ./สถานีอนามัย/ครู/ตำรวจ/ผู้นำท้องถิ่น/ผู้นำชุมชน/อบต./ ผู้ดูแลเด็กโดยสานต่อขอรับทุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กจากองค์การยูนิเซฟ และมีการติดตามอย่างต่อเนื่องผ่านการประชุมนายก อบต. สัญจรทุกเดือน  การประชุมคณะกรรมการผู้ดูแลเด็กระดับจังหวัดและอำเภอทุกเดือน การร่วมงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทุกแห่ง  ติดตามการตรวจสุขภาพของผู้ดูแลเด็กปีละ 1 ครั้ง ติดตามจากเด็กๆที่มารับบริการทันตกรรมในรพ.และติดตามการเปลี่ยนแปลง ความก้าวหน้าของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอย่างต่อเนื่อง และทพ.ไพฑูรย์ สายสงวนสัตย์ จะออกเยี่ยมเยือนนายก อบต.และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเพื่อกระตุ้น สนับสนุนขวัญกำลังใจตลอดเวลา และเมื่อเด็ก มาทำฟันในรพ.  จะพูดคุยซักถามหากพบว่าเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งไหนมีปัญหาเรื่องฟันมาก หลังให้บริการเสร็จประมาณ 11.00 น.จะขับรถไปติดตามค้นหาสาเหตุว่าเป็นเพราะอะไรและหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน

 

 

 

ปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งในอำเภอเวียงชัยได้ให้ความสำคัญและกำหนดเป็นนโยบาย/แผนงานการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กก่อนวัยเรียน  มีการจัด/ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้เหมาะสม  การพัฒนาศักยภาพครูพี่เลี้ยงและผู้ปกครองโดยกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย   ทั้งนี้แนวคิด/แนวทางการดำเนินงานดังกล่าวได้ขยายการเรียนรู้ไปสู่พื้นที่อื่นๆของจังหวัด เช่น โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กไทย จังหวัดเชียงราย ปี2550  ที่ดำเนินงานครอบคลุมเป้าหมายศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทุกแห่งในจังหวัด ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด และเป็นการดำเนินงานในลักษณะภาคีร่วมระหว่าง หน่วยงานสาธารณสุข ศึกษาธิการ พัฒนาสังคมฯ   กาชาดจังหวัด  สถาบันวิชาการ ศูนย์วิชาการ สื่อมวลชน  และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  

 

 

 

·  ฟื้นฟูความสัมพันธ์ คน 3 รุ่น “  คนเฒ่าคนแก่จี้ตาง คนหนุ่มสืบสาน ลูกหลานเฮียนฮู้  ” 

 

ทีมสุขภาพชุมชนได้จัดเวทีวิเคราะห์สถานการการณ์ชุมชนหมู่บ้านในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลทั้ง 5 หมู่บ้าน  พบว่ามีปัญหาด้านความสัมพันธ์ของคน 3 รุ่น ได้แก่ เด็ก/  เยาวชน ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุที่ขาดการสื่อสาร และความเข้าใจที่ดีต่อกัน  ทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา เช่น เด็กซิ่ง  ติดเกมส์ แกงค์ซามูไร เสพยา ท้องในวัยเรียน  ฯลฯ  ผู้สูงอายุกลับถูกละเลยไม่ให้ความสำคัญ  ผู้ใหญ่มุ่งแต่ทำมาหากินไม่มีเวลาดูแลครอบครัว   ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ของชุมชนมีน้อยลง เด็กและเยาวชนไม่รู้จักประวัติศาสตร์รากเหง้าของตนเองขาดความมั่นใจภาคภูมิใจในตนเองและท้องถิ่น 

 

ทางทีมงานชุมชนจึงได้ดำเนินงานโดยยึดพื้นที่ชุมชนเป็นตัวตั้ง  และบูรณาการงานต่างๆเข้าด้วยกันโดยไม่แยกเป็นกิจกรรมเชิงเดียว และสร้างพื้นที่และโอกาสให้คนทั้ง 3 รุ่น ได้เรียนรู้ร่วมกัน ทั้งในระดับครอบครัวและชุมชน เช่น การเรียนรู้ชุมชนของเด็กและเยาวชน ผ่านวัฒนธรรมชุมชน     โดยเด็กและเยาวชนร่วมกันจัดทำแผนที่ชุมชนและเรียนรู้ประวัติชุมชนจากพิธีกรรมต่างๆ เช่น การทำบุญพระธาตุเวียงฮ่อ, การเล่นดนตรีพื้นบ้าน,การฟื้นฟู/สืบทอดประเพณีสงกรานต์ฯลฯโดยกิจกรรมต่างๆได้รับการถ่ายทอดผู้สูงอายุ และการสนับสนุนจากผู้ใหญ่   ต่อมาเด็กและเยาวชนได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มเด็กและเยาวชน เข้าร่วม กิจกรรมในวันผู้สูงอายุและวันอสม.แห่งชาติ และได้มีการตกลงร่วมกันใช้ชื่อว่า คนเฒ่าคนแก่จี้ตาง คนหนุ่มสืบสาน ลูกหลานเฮียนฮู้   ซึ่งหมายถึงความสัมพันธ์และการสืบทอดของคนสามรุ่นโดยใช้เป็นทิศทางและเป้าหมายในการทำงาน 

การเสริมสร้างความสัมพันธ์ของครอบครัวและสุขภาพใจในชุมชน โดยหารือกับแกนนำชุมชนและค้นหาอาสาสมัครที่ต้องการเข้าร่วมกิจกรรมครอบครัวสัมพันธ์ ประกอบด้วย พ่อ-แม่ –ลูก เนื้อหาเป็นการสร้างทักษะการสื่อสารในครอบครัว มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด  120 ครอบครัว จากการประเมินผลกิจกรรมดังกล่าว ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความพึงพอใจมากเนื่องจากช่วยให้คนในครอบครัวเข้าใจกันมากขึ้น   นอกจากนี้มีการพัฒนาศักยภาพ อสม.แกนนำเด็ก/เยาวชน และผู้สูงอายุให้ เป็นเครือข่ายในการดูแลผู้มีปัญหาสุขภาพจิตในชุมชน

ชมรมสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ  ทีมงานร่วมกับแกนนำผู้สูงอายุปรับกิจกรรมต่างๆให้เกิดความเหมาะสมเช่นจากการตรวจสุขภาพผู้สูงอายุแต่ละหมู่บ้านปรับมาเป็นการประชุมสัญจรเครือข่าย 5 หมู่บ้านทุกเดือนและมีการเยี่ยมผู้สูงอายุที่อยู่ติดบ้านติดเตียงในหมู่บ้านนั้นๆเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ   ,การไปร่วมงานศพของผู้สูงอายุ, การออกกำลังกายทุกวันพุธ(ได้แก่ ได้แก่ไทเก๊ก ไม้พลอง เดินเร็ว ปั่นจักรยาน) และผู้สูงอายุที่มีความรู้ด้านการทำของเล่นพื้นบ้าน ได้มาทำของเล่นให้เด็กในคลินิกสุขภาพเด็กดีของโรงพยาบาล ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวผู้สูงอายุได้คิดริเริ่มเอง เจ้าหน้าที่เป็นเพียงผู้สนับสนุน 

 

 

ชมรมวัยทอง ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปัจจุบันมี โดยมีการจัดกิจกรรมขึ้นทุกเดือน แยกเป็นสมาชิกใหม่จัดกิจกรรมทุกวันพฤหัสสุดท้ายและที่หนึ่งของทุกเดือน ซึ่งมีการสัมภาษณ์และซักประวัติความเสี่ยงต่างๆ การประเมินความเครียด การประเมินภาวะขาดฮอร์โมน ซึ่งใช้กระบวนการสนทนากลุ่มเพื่อค้นหาปัญหาและความต้องการของกลุ่ม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเมื่อย่างเข้าสู่วัยหมดระดู การตรวจหาน้ำตาลและไขมันในเลือดแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับอาหารสำหรับวัยทอง ฝึกปฏิบัติการออกกำลังกาย การทดสอบสมรรถภาพทางกาย การตรวจฟันและการดูแลสุขภาพของช่องปากและฟัน การดูแลสุขภาพจิต เน้นการสร้างความตระหนักและการดูแลสุขภาพตนเอง  สำหรับสมาชิกเก่าเชิญชวนร่วมกิจกรรมชมรมสร้างสุขภาพสตรีวัยทองตามความสนใจทุกวันจันทร์สุดท้ายของเดือน มีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามความสนใจ การออกกำลังกายร่วมกัน การศึกษาดูงานทั้งในและนอกสถานที่และติดตามพฤติกรรมการดูแลตนเอง โดยการสังเกต สอบถาม การประเมินภาวะสุขภาพประจำปี

 

จากการดำเนินงานที่ผ่านมา 4-5 ปี พบว่ามีสมาชิกที่มาร่วมกิจกรรมชมรมฯอย่างสม่ำเสมอเฉลี่ยเดือนละ 60-100  คน และปี 2549 ส่งเสริมสนับสนุนให้ชมรมฯเป็นแกนนำขับเคลื่อนบริโภคปลอดภัย  ใส่ใจสุขภาพในงานมหกรรมสร้างสุขภาพ  จำหน่ายผักปลอดสาร อาหารปลอดภัยในวันกิจกรรมชมรมฯ และการทำน้ำยาเอนกประสงค์ใช้ในครัวเรือนเพื่อความประหยัดและลดการใช้สารเคมี 

 

 

 

 

·   บริโภคปลอดภัยใส่ใจสุขภาพ 

 

จากสถานะสุขภาพที่มีอัตราป่วยและตายด้วยโรคไม่ติดต่ออยู่ในอันดับต้นๆ ประกอบกับชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรมที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวและมีการใช้สารเคมีจำนวนมาก  ทางทีมงานชุมชนจึงได้ชักชวนให้ชุมชนวิเคราะห์สถานการณ์ และข้อมูลสถานสุขภาพ   และองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นสนับสนุนการตรวจเลือดหายาฆ่าแมลงที่ตกค้าง   จากข้อมูลดังกล่าวได้สร้างความตระหนักแก่ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  โดยทุกหน่วยงานเริ่มให้ความสำคัญกับการบริโภคที่ถูกต้องปลอดภัย ตั้งแต่การผลิต การจำหน่าย การประกอบอาหาร และการบริโภค  ประกอบกับทิศทางในปัจจุบันที่ภาครัฐให้ความสำคัญกับการลดสารเคมีในการผลิต  ทางอำเภอเวียงชัยจึงได้ประกาศนโยบาย เลิกใช้สารเคมีในการเกษตรภายใน 3 ปี และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วม ได้แก่ เกษตร ปศุสัตว์ ศึกษาธิการสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แกนนำชุมชน ฯลฯ    ปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้สนับสนุนให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทุกแห่งมีอาหารปลอดภัย ( พืชผักปลอดสาร/ สารปรุงรส /ขนมขบเคี้ยวกรุบกรอบ/ น้ำอัดลม ฯลฯ )   และชมรมวัยทองของโรงพยาบาลได้เน้นกิจกรรมการบริโภคปลอดภัย  เช่น  การรณรงค์ปลูกผักสวนครัว   การคัดเลือกและปรุงอาหารที่ปลอดภัย  การทำน้ำยาอเนกประสงค์  เป็นต้น   และได้ผสมผสานเข้ากับงานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ เพื่อสร้างวินัยสุขภาพที่ดีแก่เด็ก

 

 

 

นอกจากนี้ทางโรงพยาบาลได้สร้างความตระหนักให้แก่บุคลากรของโรงพยาบาล โดยการเจาะเลือดหาสารพิษตกค้าง  เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคที่เหมาะสม   

 

 

 

อย่างไรก็ตาม  ในการขับเคลื่อน ประเด็นบริโภคปลอดภัย นั้นไม่งายนักต้องใช้เวลาและการเรียนรู้ที่มีพลัง  เนื่องจากเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง และเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทางทีมงานชุมชนเองจึงได้เริ่มทำจากจุดเล็กๆ และผสมผสานกับกิจกรรมต่างๆที่มีอยู่ ทั้งนี้ส่วนหนึ่งได้ร่วมกับเครือข่ายข่วงผญา/ โครงการบ้านจุ้มฯ และสมัชชาสุขภาพจังหวัด  ..ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และขับเคลื่อนประเด็นดังกล่าว

 

 

 

 

 

 

 

พลังภาคีและพันธมิตร  

 

เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า  การเสริมสร้างสุขภาวะให้มีความยั่งยืนได้นั้น  ไม่อาจเกิดขึ้นได้โดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงลำพัง หากต้องอาศัยพลังของทุกภาคส่วน  จากประสบการณ์ของทีมงานชุมชน พบว่าการสร้างภาคีและพันธมิตรสุขภาพ ให้เกิดพลังในการการขับเคลื่อนสุขภาวะนั้น มีปัจจัยสำคัญดังนี้ 

 

1.) การสร้างความสัมพันธ์     ทีมงานให้ความสำคัญมากเป็นอันดับแรก เน้นสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน/บุคลากรหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ ได้กำหนดท่าทีตนเองแบบพี่-น้อง-เพื่อน-ลูกหลานพร้อมจะเรียนรู้กับชุมชนและหน่วยงานต่างๆ โดยมีวิธีการหลากหลายผสมผสานกับงานปกติ เช่น การเยี่ยมบ้าน, การสำรวจข้อมูล, การร่วมงาน/ กิจกรรม ,  การออกเยี่ยมเยือนหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่เพื่อทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนแนวคิดประสบการณ์การทำงาน  เป็นต้น

 

2.) การสร้างความเชื่อมั่น/ความศรัทธาและความไว้วางใจ  โดยการออกเยี่ยมเยือน ปฏิบัติงานเชิงรุกต่างๆ  เช่น การร่วมประชุมนายกอบต.สัญจร, ประชุมคณะกรรมการผู้ดูแลเด็ก, การตรวจหาสารพิษในกระแสเลือด, การพัฒนาศักยภาพอสม.ให้เป็นหมอน้อยสามารถคัดกรองค้นหาผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและตรวจน้ำตาลในเลือดเพื่อหาภาวะเบาหวานได้ การประชุมอสม.สัญจรทุกเดือน การอบรมสุขภาพใจในชุมชน ครอบครัวสัมพันธ์ ผู้สูงอายุสัญจรทุกเดือน  ฯลฯ  เป็นต้น 

 

3.)  การเข้าไปเรียนรู้กับชุมชน/หน่วยงาน    ทีมงานเข้าไปเรียนรู้กับชุมชนโดยการพูดคุยแลกเปลี่ยน/การจัดเวที/การร่วมกิจกรรมต่างๆเพื่อให้เข้าใจถึงวิธีคิดการตัดสินใจทั้งนี้เพื่อเสริมศักยภาพของชุมชน เช่น การเลี้ยงดูเด็กเล็กที่ถูกต้องของผู้ปกครองและพี่เลี้ยงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก  พ่ออุ้ยแม่อุ้ยที่เลี้ยงหลาน/เหลนในชุมชน   การฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณีโดยค้นหาคุณค่าความหมายเพื่อปรับประยุกต์ใช้ในปัจจุบัน

 

4.)  การสะท้อนหรือคืนข้อมูล     เป็นการใช้ข้อมูลเพื่อสร้างความตระหนักร่วมโดยเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆเข้ากับบริบทของพื้นที่ ให้แก่ชุมชน/หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องในเวทีต่างๆ ตามความเหมาะสม เช่น ข้อมูลการตรวจสุขภาพเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ข้อมูล IQ,EQ เด็กในโรงเรียนเชื่อมโยงกับปัญหาเด็ก/วัยรุ่นยุคปัจจุบัน การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์และการตั้งครรภ์ของวัยรุ่น  ข้อมูลการตรวจสารพิษ สถานะสุขภาพ สาเหตุการตาย โรคที่พบมากในอำเภอ  ซึ่งองค์ความรู้เรื่องต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นถือเป็นจุดแข็งของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ประชาชน หน่วยงานต่างๆ ยอมรับเพียงแต่การให้ข้อมูลหรือคืนข้อมูลควรดูจังหวะและความเหมาะสม ต่อเนื่องตามบริบทและสถานการณ์ และควรมีช่องทาง/เทคนิคที่หลากหลายตามด้วยกิจกรรมอื่นๆ ที่สอดคล้อง เหมาะสมและการเกาะติดสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง จนสามารถผลักดันเป็นนโยบายสาธารณะของอำเภอและท้องถิ่น อาทิ องค์กรท้องถิ่น อำเภอเวียงชัยหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กเมื่อได้รับทราบข้อมูลและได้รับการถ่ายโอนดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จึงปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของศูนย์ฯและกำหนดคุณสมบัติของพี่เลี้ยงเด็กในศูนย์ฯ  และอำเภอเวียงชัยกำหนดให้เกษตรปลอดสารเป็นวาระเร่งรัดของอำเภอภายในปี 2552 เกษตรกรจะต้องลด เลิกใช้ยาฆ่าแมลงและสารเคมีในการเกษตร

 

5.)   การบูรณาการเชื่อมงานต่างๆเข้ากับชุมชน  ทีมงานได้กลั่นกรองบูรณาการงานนโยบายต่างๆเข้าด้วยกันไม่แยกเป็นโครงการให้ชาวบ้านดำเนินการเป็นเรื่องๆโดยเป้าหมายหลักคือสุขภาวะหรือความสุข  เช่น การบูรณาการงานเมืองไทยแข็งแรง,หมู่บ้านสุขภาพใจ,ครอบครัวสัมพันธ์,หมู่บ้านจัดการสุขภาพ โครงการบ้านจุ้มเมืองเย็นฯ, ชมรมสร้างสุขภาพ, การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการ,การจัดงานมหกรรมสร้างสุขภาพ “บริโภคปลอดภัย  ใส่ใจสุขภาพ” โดยเชื่อมโยงงานสร้างเสริมสุขภาพต่างๆ เริ่มจากงานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ชมรมสร้างสุขภาพสตรีวัยทองที่จัดทุกปีปรับมาให้ความสำคัญกับสตรีวัยทองเป็นพลังสำคัญในการการขับเคลื่อนประเด็นอาหารปลอดภัยเพราะมีบทบาทสำคัญในการเลือกวัตถุดิบและปรุงอาหารให้สมาชิกในครอบครัวและชุมชน การเสวนาประเด็นเกษตรปลอดสารอาหารปลอดภัยโดยหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนเชิงนโยบาย  การประกวดอาหารปลอดภัย ประกวดส้มตำ ประกวดตรวจเต้านมด้วยตนเอง จำหน่ายผักปลอดสารอาหารปลอดภัย การตรวจสารปนเปื้อนในอาหารและการตรวจสารพิษในกระแสเลือด การประกวดร้องเพลง การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปจำนวนมาก ฯลฯ 

 

6.) การค้นหาแกนนำชุมชน ได้มีการค้นหาแกนนำชุมชน/แกนนำท้องถิ่น นอกจากแกนนำตามโครงสร้าง/การจัดตั้งตามระบบราชการด้วยวิธีการหลากหลายและไม่เป็นทางการ  เช่น การต่อตัว/พูดคุย/ชักชวน ผู้ที่น่าสนใจ การจัดเวที การชักชวนระหว่างกลุ่มแกนนำด้วยกันเอง ฯลฯ   วิธีการดังกล่าวทำให้พบแกนนำที่มีใจและความพร้อมซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนกระบวนการชุมชน เช่น นายกอบต.ดอนศิลา กำนันตำบลดอนศิลาเป็นผู้ขับเคลื่อนการบวชผาช้าง สืบชะตาตำบลดอนศิลาและการเกษตรปลอดสาร  นายกอบต.เวียงเหนือขับเคลื่อนเกษตรปลอดสารโดยสนับสนุนงบประมาณการตรวจสารพิษทั้งตำบลและส่งเสริมกลุ่มปุ๋ยอินทีรย์ ฯ

 

7.) การวิเคราะห์  สรุปทบทวน  ได้มีการวิเคราะห์ สรุปทบทวนเพื่อแก้ไขและพัฒนาร่วมกันในส่วนของทีมงานและชุมชนเป็นระยะๆมาโดยตลอด ทั้งนี้ทีมงานได้ให้ความสำคัญต่อการมองเห็นเป้าหมายและทิศทางที่ตรงกันของทีมงานและชุมชนดังที่การจัดเวทีชุมชนทุกครั้งได้มีการกำหนดและตอกย้ำเป้าหมายร่วมกันอยู่เสมอ เช่น สุขภาพคือภาพของความสุข  การสร้างความสุขในครอบครัว/ชุมชน ความรักเอื้ออาทรต่อกัน การเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็กและเยาวชน การลดเลิกสุราในงานศพ งานที่มีเด็กและเยาวชน งานออกกำลังกายต่างๆ 

 

8.)  การทำงานเป็นเครือข่าย  ทำงานร่วมกันในลักษณะเครือข่ายเรียนรู้ เช่น เครือข่ายการเรียนรู้เขตรับผิดชอบของโรงพยาบาล 5 หมู่บ้านในกลุ่มคน 3 รุ่น   เครือข่ายการเรียนรู้สุขภาพภาคประชาชน( ข่วงผญา)ระดับจังหวัด/อำเภอ  เครือข่ายการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กในศูนย์พัฒนาเด็ก  ช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการสร้างความมั่นใจของชุมชนและเจ้าหน้าที่ ฯลฯ เป็นต้น 

 

9.)   ทีมงานชุมชน ทีมสุขภาพชุมชนของโรงพยาบาลมีองค์ประกอบที่เหมาะสมและเอื้อต่อการทำงาน

 

 

 

ผู้อำนวยการโรงพยาบาล  ให้ความสำคัญสนับสนุนงานชุมชนและการสร้างภาคีพันธมิตรสุขภาพต่างๆ

 

ทพ. ไพฑูรย์  สายสงวนสัตย์    ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา และเชื่อมประสานกับหน่วยงานต่างๆทั้งภายในและภายนอก การให้ข้อมูลแก่หน่วยงานต่างๆเพื่อสร้างความตระหนัก การสร้างรูปธรรมเพื่อขยายผล   บทบาทนี้มีความสำคัญต่อการสร้างภาคีพันธมิตรสุขภาพ  ( เป็นบุคคลที่ทุกฝ่ายให้การยอมรับ    มีความจริงใจและตั้งใจ เสียสละ   มองเห็นความเชื่อมโยงหลายมิติทั้งภาพกว้างและเชิงลึก   มีภาวะผู้นำสูง) 

 

 

 

ทีมงานชุมชน      เป็นผู้ที่มีใจรักในงานชุมชน  พร้อมที่จะเรียนรู้กับผู้อื่นและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตนเอง      

 

 

 

 

 

โดยสรุป สังคมไทยวันนี้ปัญหาต่างๆมีความซับซ้อนและทวีความรุนแรง  ความเข้มแข็งของครอบครัวและชุมชนลดน้อยลง กระบวนการเรียนรู้และพลังของกลุ่ม/เครือข่ายที่เคยมีมาในอดีตอ่อนแอลงไปมาก ดังนั้นการสร้างพลังของเครือข่ายหรือภาคีพันธมิตรต่างๆทั้งภาครัฐ / เอกชน/ องค์กรท้องถิ่นและที่สำคัญคือชุมชน   ภายใต้สถานการณ์ใหม่จึงนับว่ามีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนไปสู่สังคมอยู่ดีมีสุข 

 

 

 


อ่าน 775 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting



หน้าแรก | แนวคิดบริการ | สถานการณ์| แนวคิดคุณภาพ | องค์ความรู้ | พื้นที่แผนงาน | สื่อเผยแพร่ | ข่าว/กิจกรรม | รวมลิงค์