ข้อเสนอชุดตัวชี้วัดชุมชนที่มีค วามเข้มแข็ง

 

ข้อเสนอชุดตัวชี้วัดชุมชนที่มีความเข้มแข็ง 

โดย สถาบันวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน 

ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องของชุมชนที่มีความเข้มแข็งนั้น เกี่ยวข้องอย่างมากกับการกำหนดการให้ความหมายหรือคุณค่าจากชุมชน ขณะที่ชุมชนมีลักษณะที่หลากหลายมาก ทำให้มโนทัศน์และจุดยืนร่วมกันของชุมชนต่อคำว่า “ความเข้มแข็ง” จึงสามารถแตกต่างกันได้

อย่างไรก็ตาม การสะท้อนความเข้มแข็งของชุมชนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินหรือการศึกษาชุมชนตามรูปธรรมที่เกิดขึ้น ซึ่งกำหนดและรับรู้ได้โดยชุมชน ด้วยการศึกษาพื้นที่ที่มีชุมชนเข้มแข็งในหลายกรณี ภาพรวมคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของความเข้มแข็งของชุมชน ประกอบด้วย ความสามารถดำรงหรือคงอยู่ของคนในชุมชน อยู่ได้อย่างพอเพียงและเพียงพอทั้งในทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และสุขภาพ หมายรวมถึงความสามารถที่จะมีอำนาจอิสระเพื่อต่อรองกันเอง ต่อรองระหว่างกลุ่มบุคคล ชุมชน หรืองค์กรที่มีผลกระทบต่อชุมชนทั้งนี้เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมของชุมชนได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งการมีกลไกที่จัดการชุมชนได้อย่างเหมาะสม ดำรงอยู่ได้อย่างสันติสุขและสมานฉันท์ 

 

ตัวชี้วัดความเข้มแข็งของชุมชนอาจกำหนดและแบ่งได้ 3 กลุ่ม เช่น ตัวชี้วัดที่สะท้อนกลไกความเข้มแข็งของชุมชน ตัวชี้วัดที่สะท้อนความเข้มแข็งของปัจจัยที่เอื้อหรือก่อให้เกิดความเข้มแข็งของชุมชนและ ตัวชี้วัดที่สะท้อนถึงกระบวนการที่นำไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชน ทั้งนี้การกำหนดตัวชี้วัด 3 กลุ่มดังกล่าวของชุมชนเข้มแข็งมิได้หมายถึง ชุมชนเข้มแข็งจะต้องมีมาตรฐานตามชุดตัวชี้วัดดังกล่าว แต่จะให้ประโยชน์ในเชิงการประเมินสถานการณ์ มิติของความเข้มแข็ง ความอ่อนแอ การสามารถที่จะเสนอทางเลือก ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขหรือกระบวนการเพื่อการพัฒนาความเข้มแข็งตามที่ชุมชนปรารถนาต่อไป

การวิเคราะห์ตัวชี้วัดชุมชนเข้มแข็งจากข้อมูลที่มาจากการสะท้อนของพื้นที่ปฏิบัติการและผู้เชี่ยวชาญที่จัดกลุ่มใน 3 กลุ่มตัวชี้วัด ดังนี้

 

1.สะท้อนกลไกความเข้มแข็งของชุมชน  

“การแสดงออกของชุมชนเข้มแข็งเขาจะไม่เน้นเรื่องเงิน แต่เป็นประเด็นการพัฒนาที่เขาอยากทา คือเขาคิดเองว่าอยากทาอะไร ไม่เน้นเรื่องงบประมาณเป็นหลักเน้นการจัดการ ดูไม่ยาก ดูง่ายๆแค่นี้ การประเมินแบบเร็วแค่พูดคุยกันมันจะออกมาว่าชุมชนเป็นอย่างไร หากเรียกร้องมากเท่าไหร่ก็เข้มแข็งน้อยเท่านั้น”(อ.นพ.อมร นนทสุต)

“การมองความเข้มแข็งชองชุมชน มองเรื่องใหญ่ที่สุดคือ กลไกและกระบวนการเรียนรู้ของชุมชนยังมีอยู่ และทาหน้าที่ไปได้ตลอดเวลาหรือไม่ ซึ่งเมื่อก่อนจะดูที่ปัญหา และคิดแบบไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ คิดว่าปัญหาลดแสดงว่าเข้มแข็ง สุดท้ายแล้วพบว่าไม่จริงเพราะปัญหามาใหม่เรื่อยๆ สังคมเป็นเรื่องที่ต้องอยู่กับปัญหา สาคัญคือต้องรู้ตัวเสมอว่าปัญหาเกิดจากอะไร ป้องกันได้ไหม หรือหากป้องกันไม่ได้ต้องมีการเรียนรู้ว่าทาไมถึงป้องกันไม่ได้ที่เรียกว่าถอดบทเรียน ซึ่งหากชุมชนติดตามการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง ประคับประคองตัวเอง และป้องกันอะไรบ้างเรื่องที่พอจะคาดการณ์อนาคตได้บ้าง หรือใช้ประสบการณ์เดิมจัดการได้ตลอดเวลา”(อ.นเรศ สงเคราะห์สุข)

“สำหรับเรื่องกลไก ไม่เชื่อเรื่องการมีกลไกเดี่ยว แต่ต้องเป็นกลไกหลายกลไกที่คานกันไปมา ที่ไหนอ่อนแอมากๆ จะมีผู้นำเผด็จการคนเดี่ยวซึ่งชุมชนจะชอบ แต่มุมนักวิชาการไม่ชอบ ชอบการมีหลายกลุ่มในความหลากหลาย และมีการคานอำนาจกัน(ในชุมชน) กลุ่มผู้นำที่ผมทำงานร่วมงานด้วยจะมีคละกันในทุกรุ่น” (อ.นเรศ สงเคราะห์สุข)

“กรณีลงชุมชนแล้วพบผู้นำสวมหมวกหลายๆใบกลุ่มแบบนี้ก็จะมองแบบเร็วๆก่อนว่า แล้วทำไมไม่สร้างโอกาสให้คนมีส่วนร่วมมากกว่านี้ เพราะมองว่าผู้นำที่ดีควรจะต้องสร้างโอกาสและเอื้อให้เกิดการทางานร่วมกัน เพราะมีความเชื่อว่า “Know how ไม่สำคัญเท่า know who” (อ.นเรศ สงเคราะห์สุข)

“ผู้นำที่เก่งในชุมชนเข้มแข็ง มักจะมีลักษณะเปิดโอกาสให้คนในชุมชนมีการเจอกันอยู่ มีการสร้างเงื่อนไขที่เอื้อให้เกิดการทำกิจกรรมร่วมกัน เพราะหากปล่อยให้เป็นรูปแบบต่างคนต่างอยู่จะยิ่งเป็นการสร้างกาแพง อันนี้เป็นประเด็นที่สาคัญที่สุด” (อ.นเรศ สงเคราะห์สุข)

2.สะท้อนความเข้มแข็งของปัจจัยที่เอื้อหรือก่อให้เกิดความเข้มแข็งของชุมชน  

“ในมิติการพึ่งตัวเองของประชาชนมองว่ามีน้อยมาก แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีปัญญาแต่อาจจะถูกซ้อนเร้นอยู่ แต่ในบางพื้นที่ที่บอกว่าเข้มแข็งเพราะมีการแสดงตัวออกมา และที่บอกว่าพึ่งตัวเองมองในปัจจัยอะไร เพราะปัจจัยมีมากมายตั้งแต่ความสามารถในการระดมทุนเอง ความสามารถในการบริหารจัดการ เป็นต้น แต่ระยะหลังชุมชนถูกจัดการจนลืมว่าเดิมเป็นอย่างไร เช่น เรื่องการเกษตรแจกแม้กระทั่งพันธุ์พืช จนทำให้วิถีชีวิตเดิมหายไป กลายเป็นมีการจัดการให้หมด แล้วพอจะมากระตุ้นให้เกิด(ความเข้มแข็ง)ใหม่จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ทุนความเข้มแข็งเหล่านี้ พูดได้ว่ามีอยู่แทบทุกพื้นที่แต่จะถูกซ่อนเร้นไว้” (อ.นเรศ สงเคราะห์สุข)

“…ส่วนปัญหาจะลดหรือไม่นั้นมองว่าให้ใส่ใจกับเรื่องนี้ให้น้อยลง เพราะบางครั้งเวลามีปัญหามากๆการแก้ปัญหาก็ต้องใช้เวลามากๆด้วยเช่นเดียวกัน ต้องใช้เวลาในการสะสมทุน ใช้เวลาในการหาเพื่อน หรือต้องรอจังหวะ คือมองว่าทุกอย่างเป็น dynamic แต่ทุกสิ่งก็หนีไม่พ้นสิ่งที่บอกว่า ภาวะวิสัย คือหากคุณบอกว่าชุมชนเข้มแข็งเรื่องการจัดการป่า แสดงว่าป่าต้องมีไม่ใช่ป่าหมดหายไป เป็นต้น คือต้องพิจารณา ภาวะวิสัย แบบที่เป็นจริง เช่น ป่าบางที่โดนสัมปทานมันก็ต้องหมดแต่ก็มีแนวโน้มอย่างนั้นแล้ว เป็นต้น” (อ.นเรศ สงเคราะห์สุข) 16 รายงานการศึกษา | สนับสนุนโดยแผนงานพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

3.กระบวนการที่นาไปสู่ความเข้มแข็งของชุมชน  

“ความเข้มแข็งไม่มีความถาวร บางเรื่องแข็ง บางอ่อน ไม่มีแข็งทุกเรื่องได้ทุกเวลา เขาอาจจะแข็งบางเรื่องได้เกือบทุกเวลา และก็มีเข้มแข็งจริง และไม่จริง ขึ้นอยู่กับคนมอง ขึ้นกับว่าเรากาลังขยับเรื่องอะไร หากจะมองว่าเข้มแข็งหรือไม่ให้กลับไปดูว่าเป้าหมายวางไว้อย่างไร ดังนั้นเวลาที่จะนิยามความเข้มแข็งจะยาก” (อ.นเรศ สงเคราะห์สุข)

“ความเข้มแข็งของชุมชนให้มองเวลาที่ชุมชนต้องเผชิญปัญหา เขาสามารถค้นหาทางออกได้หรือไม่ ถ้าทาได้แสดงมีความเข้มแข็งแล้ว ซึ่งรูปแบบวิธีก็แล้วแต่ เช่น 1) อาจจะจัดการเองแสดงว่าชุมชนนั้นมีความเข้มแข็งพอที่จะพึ่งตนเองได้ 2) ดึงผู้อื่นเข้ามาช่วยแสดงความเข้มแข็ง มีเครือข่ายที่สามารถช่วยเหลือกันได้ เช่น ต้องการทุนสามารถดึงมาได้ ต้องการเทคโนโลยี ต้องการวิชาการสามารถทาได้ เหล่านี้ คือ ความเข้มแข็งที่แสดงให้เห็นว่า position มันอยู่ตรงไหนและสามารถจัดการได้ในระดับไหน ส่วนการจัดการหรือการพึ่งตนเอง พบว่ายังมีอยู่ทุกภาค มีทั้งชุมชนเมือง และชนบทตามแต่ผลที่ระดับพื้นที่จะแตกต่างกัน”(ผศ.ดร.บัณชร แก้วส่อง)

ภาพรวมของการบ่งชี้ว่าชุมชนมีความเข้มแข็ง คือ 

1) ต้องมีการรวมกลุ่มอาจทั้งทางการและไม่ทางการร่วมกัน

2) มีกระบวนการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ชุมชนที่ไม่มีกระบวนการเรียนรู้จะไม่มีความเข้มแข็งเลย และกระบวนการเรียนรู้จะมี 3 แบบเท่าที่เห็น คือ การเรียนรู้ภายใน การเรียนรู้ภายนอก และการนามาประยุกต์

3) ชุมชนมีกระบวนการคิดเรื่องข้อมูล มีชุดข้อมูลสาคัญ การวิเคราะห์ข้อมูล นาข้อมูลของชุมชนเพื่อไปสู่การจัดการ ชุดข้อมูลพื้นฐานที่ต้องมีประกอบด้วย

3.1) การสร้างถิ่นฐาน ประวัติศาสตร์ชาวบ้าน ระบบสังคมเศรษฐกิจชุมชน นิเวศของพื้นที่ วัฒนธรรมที่แสดงวิธีคิดของคนในชุมชน (ที่มาข้อมูล เส้นทางการให้คุณค่า ความทรงจา ประสบการณ์ร่วม)

3.2) โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพที่เป็นแหล่งประโยชน์ ทรัพยากร และแหล่งสนับสนุน

3.3) โครงสร้างอำนาจทางสังคมในชุมชน(ความสัมพันธ์บุคคล ครอบครัว กลุ่มคน เครือข่าย)

3.4) แกนนา คนดี คนเด่น นักจัดการ(ศักยภาพและบทบาทที่เป็นรูปธรรมในชุมชน)

3.5) กลุ่มบุคคล เครือข่าย หน่วยงาน องค์กรรวมทั้งกลไกภายในและนอกชุมชนที่มีอิทธิพลต่อชุมชน

3.6) ข้อมูลการดูแลกลุ่มผู้ที่มีปัญหา ต้องการความช่วยเหลือและบริการสุขภาพและสวัสดิการสังคม

4) รูปธรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่สะท้อนความเข้มแข็ง การมองความเข้มแข็งของชุมชนต้องอาศัยเวลานาน ต้องดูที่ Outcome สิ่งที่เขาเปลี่ยนแปลง มีการจัดการตนเองภายใต้บริบทชุมชนตนเองได้อย่างเหมาะสม สิ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงก็จะเป็นกระบวนการระหว่างทางนั้นๆ ด้วย


อ่าน 4256 ส่งต่อให้เพื่อน Pintting



หน้าแรก | เกี่ยวกับองค์กร | เอกสารเผยแพร่ | สื่อเผยแพร่ | ฐานข้อมูลสุขภาพชุมชน | sitemap